สถ ต ข นส งและการว เคราะห ข อม ล

Size: px
Start display at page:

Download "สถ ต ข นส งและการว เคราะห ข อม ล"

Transcription

1 สถ ต ข นส งและการว เคราะห ข อม ล ผศ.ดร. อรสา จร ญธรรม คณะคร ศาสตร มหาว ทยาล ยราชภ ฏวไลยอลงกรณ ในพระบรมราช ปถ มภ

2 สถ ต ข นส งและการว เคราะห ข อม ล 1. วงจรว จ ย 2. ประเภทของสถ ต ตามบทบาท ในการว จ ย 3. ประเภทของสถ ต ทดสอบ

3 RESEARCH CYCLE THEORY RECOMMENDATIONS RES. FRAMEWORK RES. HYPOTHESES INFERENCES RESEARCH PROBLEMS POPULATION AND SAMPLING DATA ANALYSIS INSTRUMENTATION DATA COLLECTION

4 ประเภทของสถ ต ตามบทบาทในการว จ ย สถ ต ว าด วยการเล อกกล มต วอย าง ( sampling statistics) สถ ต บรรยาย(descriptive statistics) สถ ต อน มานหร อสถ ต เช งอ างอ ง ( inferential statistics)

5 การใช สถ ต เพ อการว เคราะห ข อม ล สถ ต เช งพรรณนา(Descriptive statistics) เป นสถ ต ท ใช อธ บายล กษณะของข อม ลเท าท ม อย และน ามาว เคราะห เท าน น เช น สถ ต ท เก ยวก บน กศ กษาท อย ในห องน สถ ต ท เก ยวก บน กศ กษาในสาขาว ชา-คณะ และมหาว ทยาล ยแห งหน ง โดยค าสถ ต ท ได ต องมาจาก ข อม ลต วอย างหร อท งหมดท กล าวถ ง สถ ต ท ใช ว เคราะห เช น ส ดส วน/ร อยละ ค าเฉล ย ค าม ธยฐาน ค าฐานน ยม ค าเบ ยงเบนมาตรฐาน ค าพ ส ย ระหว างควอไทล ค าเปอร เซ นไทล ค าสหส มพ นธ ฯลฯ

6 สถ ต เช งอ างอ ง (Inferential Statistics) ค อสถ ต ท อธ บายล กษณะของข อม ลท ม อย ท งหมดหร อของกล มประชากร (Population) โดย อาศ ยข อม ลบางส วนจากกล มท เป นต วแทนของ กล มท งหมด ท เร ยกว า กล มต วอย าง (Sample) ก ก กก ก

7 การศ กษาความส มพ นธ เช งสาเหต การว จ ยเช งทดลอง CONTROL BY DESIGN การว จ ยเช งสหส มพ นธ CONTROL BY STATISTICS

8 ประเภทของสถ ต ทดสอบ 1. ANOVA(F-test) : Analysis of Variance 2. ANCOVA : Analysis of Covariate 3. MANOVA : Multiple Analysis of Variance 4. MRA : Multiple Regression Analysis 5. Path, Factor, Cluster, Discriminant and Model LISREL 6. Heirachical Linear Model and Normal Distribution

9 ก ก ก กก ก 1 ก - ก - 2 ก Nominal / Ordinal Interval / Ratio Frequencies, Percentage, Mode Mean and Standard Deviation Range Variance, Percentile, Quartile Nominal Nominal Phi, Cramer s v, Chi-square Ordinal Ordinal Spearman s rho, Kendall s, Tau-a, Tau-b, Tau-c Interval / Interval / Pearson Correlation Ratio Ratio ก SPSS Frequencies Descriptive Crosstabs Correlattion Correlation

10 ก ก 2 SPSS. > 1 / ก ก > 1 Interval / Ratio Interval / Ratio Multiple Regression Regression. ก ก 2 ก - ก Nominal Interval / Ratio t - test Independence Samples - ก Nominal Interval / Ratio t - test t-test Paired Samples t-test

11 ก ก SPSS 3. ก ก 2 ก ก 2 ก - ก Nominal Nominal Nominal Ordinal Chi-Square Mann Whitney Crosstabs Non-parametric - ก Nominal Nominal Nominal Ordinal McNemar Sign test Wilcoxon Crosstabs Non-parametric

12 4 ก ก SPSS. ก ก >2 ก ก - ก Nominal Interval ANOVA ONE-Way ANOVA - ก Nominal Interval ANOVA GLM-Univariate (Interaction) Nominal & Interval Interval ANOVA GLM-Univariate (Covariate)

13 5 ก ก SPSS. ก ก >2 ก - ก - ก Nominal Nominal Nominal Ordinal Chi-Square Kruskal-wallis Crosstab Non-parametric Nominal Nominal Cochran s Q Non-parametric Nominal Ordinal Friedman Non-parametric 8. ก ก ก Interval / Ratio Nominal Discriminant Discriminant

14 Quantitative Data Analysis Type of Data Ordinal / Nominal Interval / Ordinal Rho Relationship between variables Chi-Square Phi Cramer s V Logistic Regression Pearson r correlation Multiple Regression Canonical Correlation Regression Analysis Factor Analysis Differences between Groups Sign Test Wilcoxon matched pairs t - test for Independent ANOVA / ANCOVA MANOVA /MANCOVA Discriminate Analysis

15 ก Analysis of Variance (ANOVA) X1 X Y X2 Y X3 t-test / One-way ANOVA Three-way ANOVA

16 ก Analysis of Covariate (ANCOVA) ก ก X Y Z ก ก X Y X Y X Y Z One-way ANOVA ก ANCOVA

17 ก Multivariate Analysis of Variance(MANOVA) Y1 Y1 X1 X Y2 Y2 X2 Y3 One-way MANOVA Two-way MANOVA

18 สถ ต ว เคราะห ความส มพ นธ ระหว างต วแปร ประเด น ร ปแบบการว เคราะห MRA EFA PA CFA SEM 1.แนวความค ด การว เคราะห การสร างสมการ พยากรณ เพ อ การคาดการณ แนวโน มของ เหต การณ ท ต องการศ กษา การศ กษา ความส มพ นธ ระหว างต วแปร และป จจ ยแฝง โดยเป นการ ทดสอบหา ความส มพ นธ ว าต วแปรต วใดท ควรอย ในกล ม ป จจ ยแฝง เด ยวก น การศ กษา ความส มพ นธ เช ง สาเหต ของ ระหว างต วแปร ก บต วแปร โดย เป นการ ว เคราะห ความส มพ นธ ว าต วแปรใดเป น ต วแปรท ม อ ทธ พลทางตรง และทางอ อมก บ อ กหน งต วแปร การทดสอบเช ง ย นย น ความส มพ นธ ระหว างต วแปร ก บป จจ ยแฝงโดย เป นการ ย นย น ความส มพ นธ ว าต วแปร เหล าน นม อ ทธ พลต อป จจ ย แฝงท สร างข น หร อไม การ ทดสอบ สมมต ฐาน ความส มพ นธ ท ต งไว ระหว าง ป จจ ยแฝงท สร าง ข นต งแต สอง ป จจ ยแฝง โดย การสร างเป น โครงสร างโมเดล สมมต ฐาน

19 ประเด น ร ปแบบการว เคราะห MRA EFA PA CFA SEM 2. ร ปแบบ ความส มพ นธ ความส มพ นธ ระหว างต วแปร อ สระ (Independent Variable) และ ต วแปรตาม (Dependent Variable) ความส มพ นธ ระหว างต วแปร (Variable :Var) ก บป จจ ยแฝง (Latent Variable:LV) (Var LV) ความส มพ นธ ระหว างต วแปร (Variable) ก บ อ กต วแปร (Variable) หน ง (Var LV) ความส มพ นธ ระหว างต วแปร (Variable) ก บ ป จจ ยแฝง (Latent Variable) (Var LV) ความส มพ นธ ระหว างป จจ ยแฝง (Latent Variable) ก บป จจ ยหน ง (Latent Variable) (LVr LV) 3. โปรแกรมท ใช ในการว เคราะห โปรแกรม SPSS,Excel หร อ โปรแกรมอ นๆ โปรแกรม SPSS โปรแกรม AMOS,LISREL หร อโปรแกรม อ นๆ โปรแกรม AMOS,LISREL หร อโปรแกรม อ นๆ โปรแกรม AMOS,LISREL หร อโปรแกรม อ นๆ

20 ก ก MULTIPLE REGRESSION ANALYSIS (MRA) X1 X2 X3 Y X4

21 การว เคราะห การถดถอยพห ค ณ (Multiple Regression Analysis= MRA) ใช ว เคราะห อะไร? 1.ใช ศ กษาความส มพ นธ ระหว างต วแปรตามหน งต วก บต วแปรต นหลายต ว 2. ใช ศ กษาเปร ยบเท ยบอ ทธ พลของต วแปรต นแต ละต วท ม ต อต วแปรตาม 3.ใช สร างสมการพยากรณ ต วแปรตามเม อร ค าต วแปรต น 4.ใช ศ กษาอ ทธ พลหล ก อ ทธ พลปฏ ส มพ นธ ระหว างต วแปรต นท ม ต อต วแปร ตาม 5.ใช ศ กษาเปร ยบเท ยบค าเฉล ยกรณ ประชากรหลายกล มแบบเด ยวก บ ANOVA 6.ใช ศ กษาส ดส วนความแปรปรวนในต วแปรตามท อธ บายได ด วยต วแปรต น

22 การว เคราะห การถดถอยพห ค ณ (Multiple Regression Analysis= MRA) ใช ก บข อม ลประเภทใด? ต วแปรตาม ต วแปรตามหน งต วเป นต วแปรเมตร ก ต วแปรต น ม ต วแปรต นต งแต หน งต วข นไปเป นไปได ท งต ว แปรเมตร กและน นเมตร ก ในกรณ ท เป นต วแปรน นเมตร กต อง เปล ยนร ป( tranform)ต วแปรให เป นต วแปรด มม

23 การว เคราะห การถดถอยพห ค ณ (Multiple Regression Analysis= MRA) ผลการว เคราะห ท ส าค ญค ออะไร 1.ได ค าส มประส ทธ สหส มพ นธ พห ค ณระหว างต วแปรตามหน งต วก บต ว แปรต นหลายต ว ซ งแปลความหมายได ถ งสามล กษณะ ค อ ความม น ยส าค ญจร ง (existence) ท ศทางความส มพ นธ (direction) ขนาดความส มพ นธ (magnitude)และร อยละของค าความแปรปรวนในต ว แปรตามท อธ บายได ด วยต วแปรต นหร อค าส มประส ทธ การพยากรณ หร อ R 2

24 การว เคราะห การถดถอยพห ค ณ (Multiple Regression Analysis= MRA) 2. ก (b) (β) ก ก β 3. ก ก ก ก 4. ก ก ก ก ก ก ก ANOVA

25 การว เคราะห การถดถอยพห ค ณโดยใช โปรแกรม SPSS ข อม ลท เก บจากกล มต วอย าง จ านวน 30 คน (ด งปรากฏในตารางข างล าง) - จงท าการทดสอบว าการท างานเป นท ม (X 1 ) - การสน บสน นการปฏ บ ต งาน (X 2 ) - การเป ดโอกาสเร ยนร โดยการทดลอง (X 3 ) และ - ความร บผ ดชอบในงาน (X 4 ) ส งผลต อความเป นองค การแห งการเร ยนร (Y) หร อไม (ก าหนดระด บน ยส าค ญ เท าก บ.05)

26 คนท X1 X2 X3 X4 Y

27 ข นตอนการว เคราะห การถดถอยพห ค ณโดยใช โปรแกรม SPSS ม ด งน เป ดไฟล ข อม ล ข อม ลการถดถอย ซ ง ปรากฏด งน

28 ท าการว เคราะห ข อม ลโดยคล กเมน Analyze/Regression/Linear (ข นตอนด งภาพข างล าง)

29 เม อคล กจะปรากฏหน าต างด งน

30 คล กต วแปร Y แล วคล กล กศรเพ อส งไปย งช อง Dependent: แล วคล กต วแปร X1,X2, X3 และ X4 แล วคล กล กศรเพ อส งไปย งช อง Independent(s) : ส วนตรง Method ให เล อก Stepwise (ด งภาพข างล าง)

31 (1) (2) ตาราง Variables Entered/Removed ค าสถ ต ต าง ๆ ม ความหมาย ด งน 1. หมายเลข (1) หมายถ ง ต วแปรพยากรณ (หร อต วแปรอ สระ) ท สามารถพยากรณ ต ว แปรเกณฑ (ต วแปรตาม) (Y) ได อย างม น ยส าค ญทางสถ ต ในท น ม 2 ต วแปรอ สระ ค อ X 1 และ X 3 2. หมายเลข (2) หมายถ ง ต วแปรเกณฑ (หร อต วแปรตาม) ในท น ค อ Y

32 ตาราง Model Summary ค าสถ ต ต าง ๆ ม ความหมายด งน R หมายถ ง ค าท แสดงความส มพ นธ ระหว างต วแปรอ สระก บต วแปรตาม ซ ง ในท น ม 2 Model (2 ต วแปรอ สระท สามารถพยากรณ ต วแปรตามได ) ด งน Model 1 จะม ต วแปรอ สระ 1 ต ว ค อ X 1 ท สามารถพยากรณ ต วแปรตาม (Y) ได โดยม ค าส มประส ทธ สหส มพ นธ (R) เท าก บ Model 2 จะม ต วแปรอ สระ 2 ต ว ค อ X 1 และ X 3 ท ร วมก นพยากรณ ต วแปรตาม (Y) ได โดยม ค าส มประส ทธ สหส มพ นธ (R) เท าก บ 0.923

33 R Square หมายถ ง ค าส มประส ทธ การต ดส นใจ (R 2 ) ซ งจะแสดงถ ง อ ทธ พลของต วแปรอ สระ (X) ท ม ต อต วแปรตาม (Y) ด งน 1. Model 1 จะม ต วแปรอ สระ 1 ต ว ค อ X 1 ท สามารถพยากรณ ต วแปรตาม (Y) ได ร อยละ (ท าให อย ในร ปร อยละโดยน าค า R Square ค ณด วย 100 จากต วอย างจะได x 100 = %) 2. Model 2 จะม ต วแปรอ สระ 2 ต ว ค อ X 1 และ X 3 ท ร วมก น พยากรณ ต วแปรตาม (Y) ได ร อยละ (ท าให อย ในร ปร อยละโดย น าค า R Square ค ณด วย 100 จากต วอย างจะได x 100 = %)

34 Adjusted R Square หมายถ ง ค า R Square ท ม การ ปร บแก ให เหมาะสม ใช ในกรณ ท กล มต วอย างม จ านวน น อย โดยน อยกว า 20 เท าของต วแปรอ สระจาก ต วอย างม ต วแปรอ สระ 4 ต ว ด งน น จะต องใช กล ม ต วอย างไม น อยกว า 120 คน ซ งในท น ใช กล มต วอย าง จ านวน 30 คน ด งน น ในต วอย างน จ งควรใช ค า Adjusted R Square มากกว า R Square

35 1. Model 1 จะม ต วแปรอ สระ 1 ต ว ค อ X ท สามารถ 1 พยากรณ ต วแปรตาม (Y) ได ร อยละ (ท าให อย ในร ป ร อยละโดยน าค า Adjusted R Square ค ณด วย 100 จาก ต วอย างจะได x 100 = %) 2. Model 2 จะม ต วแปรอ สระ 2 ต ว ค อ X และ X ท 1 3 ร วมก นพยากรณ ต วแปรตาม (Y) ได ร อยละ (ท าให อย ในร ปร อยละโดยน าค า Adjusted R Square ค ณด วย 100 จากต วอย างจะได x 100 = %)

36 Std. Error of the Estimate หมายถ ง ค าความคลาดเคล อนมาตรฐานใน การพยากรณ ต วแปรตามด วยต วแปรอ สระ (S.E. est ) ด งน 1. Model 1 จะม ต วแปรอ สระ 1 ต ว ค อ X 1 ท สามารถพยากรณ ต ว แปรตาม (Y) ได ร อยละ จะม ความคลาดเคล อนมาตรฐานในการพยากรณ ต วแปรตาม (Y) เท าก บ Model 2 จะม ต วแปรอ สระ 2 ต ว ค อ X และ 1 X 3 ท ร วมก น พยากรณ ต วแปรตาม (Y) ได ร อยละ จะม ความคลาดเคล อนมาตรฐานใน การพยากรณ ต วแปรตาม (Y) เท าก บ

37 ตาราง ANOVA เป นการว เคราะห ความแปรปรวน ซ งในการ ทดสอบว าจะสามารถใช ต วแปรอ สระท ค ดเล อกเข าสมการน มาพยากรณ ต วแปรตามได หร อไม ถ าม น ยส าค ญแสดงว าใช พยากรณ ได

38 1.Model 1 แสดงว าต วแปรอ สระ X 1 ได ร บการ ค ดเล อกเป นต วแปรพยากรณ เข าสมการเพ อพยากรณ ต วแปรตาม (Y) (เน องจากค า Sig. ม ค าน อยกว า ระด บน ยส าค ญท ก าหนด) 2. Model 2 แสดงว าต วแปรอ สระ X 1 และ X 3 ได ร บการค ดเล อกเป นต วแปรพยากรณ เข าสมการเพ อ พยากรณ ต วแปรตาม (Y) (เน องจากค า Sig. ม ค า น อยกว าระด บน ยส าค ญท ก าหนด)

39 ตาราง Coefficients p

40 ตาราง Coefficients จะแสดงค าสถ ต ต าง ๆ ด งน 1. B แสดงค าส มประส ทธ การถดถอยของต วแปรอ สระ แต ละต ว พร อมท งค าคงท เพ อน ามาใช ในการสร างสมการ พยากรณ 1.1 Model 1 จะได ค าส มประส ทธ การถดถอย (B) ของต วแปรอ สระ X เท าก บ และม ค าคงท เท าก บ Model 2 จะได ค าส มประส ทธ การถดถอย (B) ของต วแปรอ สระ X เท าก บ และ X เท าก บ และม ค าคงท เท าก บ 5.597

41 2. Std. Error หร อ S.E. เป นค าความคลาดเคล อน bi มาตรฐานของส มประส ทธ การถดถอยแต ละต วแปรอ สระ 2.1 Model 1 จะได ค าความคลาดเคล อนมาตรฐาน ของส มประส ทธ การถดถอยของต วแปรอ สระ X เท าก บ (S.E. = 0.083) bi 2.2 Model 2 จะได ค าความคลาดเคล อนมาตรฐาน ของส มประส ทธ การถดถอยของต วแปรอ สระ X เท าก บ และต วแปรอ สระ X เท าก บ (S.E. = 3 bi 0.119,=0.208)

42 3. Beta แสดงค าส มประส ทธ การถดถอยของต วแปรอ สระแต ละต วในร ป คะแนนมาตรฐาน ส าหร บสร างสมการพยากรณ ในร ปของคะแนนมาตรฐาน ค า Beta สามารถบอกได ว าต วแปรอ สระต วใดม อ ทธ พลต อต วแปรตามมาก หร อน อยกว าก น ถ า Beta ของต วแปรอ สระใดม ค ามากกว า (โดยไม ค ด เคร องหมาย) แสดงว า ต วแปรอ สระต วน นม อ ทธ พลต อต วแปรตามมาก 3.1 Model 1 จะได ค าส มประส ทธ การถดถอยในร ปคะแนน มาตรฐานของต วแปรอ สระ X 1 เท าก บ (β = 0.895) 3.2 Model 2 จะได ค าส มประส ทธ การถดถอยในร ปคะแนน มาตรฐานของต วแปรอ สระ X 1 เท าก บ และต วแปรอ สระ X 3 เท าก บ (β = และ β 3 = 0.368) ซ งแสดงว า ต วแปรอ สระ X 1 ม อ ทธ พลต อต วแปรตาม (Y) มากกว าต วแปรอ สระ X 3

43 4. t และ Sig. เป นค าสถ ต ท และค าความน าจะเป น (Sig.) ของการทดสอบ t ส าหร บทดสอบว าต วแปรอ สระต วใดควร น าไปใช ในสมการพยากรณ ได บ าง ถ าค า t ม ค าส งอย างม น ยส าค ญ (หร อค า Sig. ม ค าน อยหร อเท าก บระด บน ยส าค ญ ท ก าหนด) แสดงว า สามารถน าไปใช ในสมการพยากรณ ได 5. จากผลการว เคราะห ข อม ลด วยโปรแกรม SPSS สามารถ น ามาเสนอเป นตารางได ด งน

44 ตาราง 1 ผลการว เคราะห อ านาจพยากรณ ของการท างานเป นท ม (X 1 )และ การเป ดโอกาสเร ยนร โดยการทดลอง (X 3 )ท ม ต อความเป นองค การแห งการ เร ยนร (Y) ต วแปร พยากรณ R R 2 Adjusted R 2 b S.E. est β t Sig X * X * a = S.E. est Y = * ม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ.05

45 จากตาราง 1 แสดงว า การท างานเป นท ม (X 1 ) และการเป ดโอกาสเร ยนร โดย การทดลอง (X 3 ) สามารถพยากรณ ความเป นองค การแห งการเร ยนร (Y)ได อย าง ม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 โดยต วแปรท งสองร วมก นพยากรณ ความเป นองค การแห งการเร ยนร ได ร อยละ ม ความคลาดเคล อนมาตรฐานของการพยากรณ (S.E. est ) และ สามารถเข ยนสมการพยากรณ ในร ปคะแนนด บและคะแนนมาตรฐานได ด งน สมการพยากรณ ในร ปคะแนนด บ Y = X X 3 สมการพยากรณ ในร ปคะแนนมาตรฐานได ด งน Z r = Z Z 3

46 ก (Path Analysis) X1 X X4 X Y X3

47 การว เคราะห เส นทาง การศ กษาความส มพ นธ ของต วแปรในเช งเหต และผลเป นว ธ ท ม พ นฐานทาง สถ ต มาจากการว เคราะห การถดถอย (Regression Analysis) - อาศ ยแผนภาพและสมการโครงสร างของแผนภาพเป นหล กในการน ามา ว เคราะห และอธ บายความส มพ นธ ของต วแปรเหต ท ม ต อต วแปรผลท งในด าน ขนาดและท ศทาง - สามารถอธ บายความส มพ นธ ได ท งความส มพ นธ ทางตรงและทางอ อม - การว เคราะห เส นทางในป จจ บ นสามารถด าเน นการโดยสร ปได 2 แนวทาง - การว เคราะห เส นทางแบบด งเด ม - การว เคราะห ด วยโปรแกรมเฉพาะทางคอมพ วเตอร

48 การว เคราะห เส นทางแบบด งเด ม - เป นว ธ การประมาณค าพาราม เตอร ด วยว ธ ก าล งสองน อย ท ส ด จะว เคราะห ค าพาราม เตอร จากการถดถอยสมการโครงสร างท ละสมการ และม การตรวจสอบความสอดคล องหร อความตรงของ ร ปแบบ 2 ว ธ ค อ 1. ว ธ ของด นแคน (Duncan) ท ตรวจสอบความสอดคล องหร อ ความตรงของร ปแบบด วยการเปร ยบเท ยบค าสหส มพ นธ ท ค านวณ จากส ตรสหส มพ นธ ของเพ ยร ส น (Pearson Correlation) ก บค า สหส มพ นธ ท ค านวณมาจากค าส มประส ทธ เส นตรง เร ยกการ ว เคราะห เส นทางแบบน ว าการว เคราะห เส นทางแบบพ เอ อาร (Path Analysis with Correlation : PAR)

49 การว เคราะห เส นทางแบบด งเด ม 2. ว ธ ของสเปชท (Specht) ท ตรวจสอบความ สอดคล องของร ปแบบด วยค าสถ ต ค ว (Q Statistic) จ ง เร ยกว า การว เคราะห เส นทางแบบน ว าการว เคราะห เส นทางแบบ พ เอ ค ว (Path Analysis with Q Statistic : PAQ)

50 การว เคราะห เส นทางด วยโปรแกรมเฉพาะทางคอมพ วเตอร -โปรแกรมล สคอมป (LISCOMP) -โปรแกรมเอ คซ (EQS) -โปรแกรมล สเรล (LISREL) - พ เอ แอล (Path Analysis with LISREL : PAL)

51 ความหมายของการว เคราะห เส นทาง การว เคราะห เส นทางม ล กษณะใหญ ๆ 3 ประการ เป นเทคน คทางสถ ต ท อาศ ยการประย กต การว เคราะห ถดถอยพห ค ณ เป นการศ กษาขนาดและท ศทางของความส มพ นธ ระหว าง ต วแปรเหต ท ม ต อต วแปรผลท งทางตรงและทางอ อม ความส มพ นธ เช งเหต และผลน สามารถน ามาเข ยนอธ บาย ได ด วยร ปแบบจ าลองโมเดลและสมการโครงสร างตามร ป แบบจ าลองท สร างข น

52 ร ปแบบความส มพ นธ เช งเหต และผล e 1 e 3 e Y X 1 X 3 Y X 2 e 2

53 ร ปแบบความส มพ นธ เช งเหต และผล ต วแปรภายนอก (Exdogeneous Variable) เป นต วแปรเร มของ แบบจ าลองซ งเป นต วแปรท เป นผลมาจากต วแปรอ นนอก แบบจ าลอง โดยผ ว จ ยไม สนใจจะอธ บายความแปรปรวนของต ว แปรด งกล าวว าได ร บอ ทธ พลจากต วแปรใดบ าง ต วแปรภายใน (Endogeneous Variable) เป นต วแปรท เป นผล ของต วท อย ในร ปแบบ ต วแปรส วนท เหล อ (Residual Variable : e) เป นต วแปรท ไม อย ใน ร ปแบบ แต อาจม อ ทธ พลต อต วแปรท อย ในร ปแบบท สร างข นได

54 การสร างแผนภาพหร อร ปแบบแสดงอ ทธ พลทางทฤษฎ ว ธ การสร างร ปแบบแสดงอ ทธ พลตามทฤษฎ แบ งได 2 ตอน ศ กษาทฤษฎ งานว จ ย และแนวค ดท เก ยวข องก บเร อง หร อปรากฏการณ ท จะท าการว จ ย จ ดล าด บต วแปรวาด วยแปรใดเป นสาเหต ของต วแปรใด แล วก าหนดเป นร ปแบบหร อแผนภาพ

55 แบบจ าลองเส นทางแสดงความส มพ นธ ระหว างต วแปร X 1 X 3 Y X 2 ให ความหมายว า ต วแปรท อย ในล กศรน น เป นผลโดยตรงจากต วแปรท อย ต น ล กศร ต วอย างเช น ต วแปร X 1 ม ผลโดยตรงต อต วแปร X 2 เร ยกต วแปร X 1 ว า ต วแปรเหต และเร ยกต วแปร X 2 ว าต วแปรผล

56 ข อตกลงเบ องต นของการว เคราะห เส นทาง ระด บของการว ดของต วแปรต าง ๆ อย ในระด บต งแต มาตราอ นตรภาพ ข นไป ต วแปรต าง ๆ ต องม ความส มพ นธ ก นในเช งเส นตรงเท าน น และเป นการ แสดงความส มพ นธ ในแบบเหต และผล ต วแปรแอบแฝง (Residual Variable) ในสมการถดถอยพห ค ณแต ละ สมการต องม การกระจายแบบส ม ต วแปรเหล าน ต องไม ม ความส มพ นธ ก นเองและไม ม ความส มพ นธ ก บต วแปรเกณฑ ของสมการน น ๆ ด วย ความส มพ นธ เช งสาเหต และผลในโมเดลน เป นเหต และผลทางตรงทาง เด ยวเท าน น ไม ม ผลย อนกล บ (Recursive)

57 บทสร ป การว เคราะห เส นทาง ป ญหาการว จ ยม กจะเป นการศ กษาในส งต อไปน และจะม ต ว ท บ งช ด งน ร ปแบบ.. การพ ฒนาร ปแบบ... ป จจ ยท ส งผลต อ. จ ดม งหมายของการว จ ย เพ อตรวจสอบร ปแบบความส มพ นธ เช งเหต และผลของต ว แปรเหต และต วแปรผล ว าล กษณะความส มพ นธ ตามร ปแบบตามสมมต ฐาน ก บร ปแบบ ตามข อม ลประจ กษ ม ความสอดคล องก นหร อไม โดยการน าแนวค ดของการว เคราะห ถดถอยพห ค ณมาประย กต ให เก ดประโยชน มากข น ล กษณะต วแปรท น ามาศ กษา ต วแปร ตามและต วแปรอ สระควรเป นข อม ลในระด บอ ตรภาพข นไปหร อต วแปรห น

58

59

60 Estimate S.E. C.R. P Label behaviors <--- support *** behaviors <--- school *** behaviors <--- authority *** behaviors <--- attitude *** behaviors Estimate.814

61 Implied (for all variables) Correlations (Group number 1- Default model) attitude authority school support behaviors attitude authority school support behaviors

62 Sample Correlations (Group number 1) attitude authority school support behaviors attitude authority school support behaviors

63 ก ก (FACTOR ANALYSIS) d1 d2 d3 d4 d5 X1 X2 X3 X4 X5 K1 K2

64 การว เคราะห องค ประกอบ (Factor analysis) ความหมายของการว เคราะห องค ประกอบ การว เคราะห องค ประกอบ หมายถ ง เทคน คว ธ ทางสถ ต ท จะจ บ กล มหร อรวมกล ม หร อรวมต วแปรท ม ความส มพ นธ ก นไว ในกล ม เด ยวก น ซ งความส มพ นธ เป นไปได ท งทางบวกและทางลบ ต วแปร ภายในองค ประกอบเด ยวก น จะม ความส มพ นธ ก นส ง ส วนต วแปร ท ต างองค ประกอบ จะส มพ นธ ก นน อยหร อไม ม สามารถใช ได ท ง การพ ฒนาทฤษฎ ใหม หร อการทดสอบหร อย นย นทฤษฎ เด ม

65 เทคน คของการว เคราะห องค ประกอบ เทคน คของการว เคราะห องค ประกอบ แบ งออกเป น 2 ประเภท 1. การว เคราะห องค ประกอบเช งส ารวจ (Exploratory Factor Analysis) 2. การว เคราะห องค ประกอบเช งย นย น (Confirmatory Factor Analysis)

66 การว เคราะห องค ประกอบเช งส ารวจ (Exploratory Factor Analysis) การว เคราะห องค ประกอบเช งส ารวจจะใช ในกรณ ท ผ ศ กษาต องการม ความร เก ยวก บโครงสร างความส มพ นธ ของต วแปรเพ อศ กษาโครงสร างของต วแปร และลดจ านวน ต วแปรท ม อย เด มให ม การรวมก นได

67 การว เคราะห องค ประกอบเช งย นย น (Confirmatory Factor Analysis) การว เคราะห องค ประกอบเช งย นย น จะใช ในกรณ ท ผ ศ กษาทราบโครงสร างความส มพ นธ ของต ว แปร หร อคาดว าโครงสร างความส มพ นธ ของต วแปรควรจะ เป นร ปแบบใด หร อคาดว าต วแปรใดบ างท ม ความส มพ นธ ก น มากและควรอย ในองค ประกอบเด ยวก น หร อคาดว าม ต วแปร ใดท ไม ม ความส มพ นธ ก น ควรจะอย ต างองค ประกอบก น

68 ว ตถ ประสงค ของเทคน ค Factor Analysis 1. เพ อศ กษาว าองค ประกอบร วมท จะสามารถอธ บาย ความส มพ นธ ร วมก นระหว างต วแปรต าง ๆ โดยท จ านวน องค ประกอบร วมท หาได จะม จ านวนน อยกว าจ านวนต วแปรน น จ งท าให ทราบว าม องค ประกอบร วมอะไรบ าง โมเดลน เร ยกว า Exploratory Factor Analysis Model : EFA

69 ว ตถ ประสงค ของเทคน ค Factor Analysis 2. เพ อต องการทดสอบสมม ต ฐานเก ยวก บโครงสร างของ องค ประกอบว า องค ประกอบแต ละองค ประกอบ ประกอบด วยต วแปรอะไรบ าง และต วแปรแต ละต วควรม น าหน กหร ออ ตราความส มพ นธ ก บองค ประกอบมากน อย เพ ยงใด ตรงก บท คาดคะเนไว หร อไม หร อสร ปได ว าเพ อ ต องการทดสอบว าต วประกอบอย างน ตรงก บโมเดลหร อ ตรงก บทฤษฎ ท ม อย หร อไม โมเดลน เร ยกว า Confirmatory Factor Analysis Model: CFA

70 ประโยชน ของเทคน ค Factor Analysis 1. ลดจ านวนต วแปร โดยการรวมต วแปรหลาย ๆ ต วให อย ใน องค ประกอบเด ยวก น องค ประกอบท ได ถ อเป นต วแปรใหม ท สามารถหาค าข อม ลขององค ประกอบท สร างข นได เร ยกว า Factor Score จ งสามารถน าองค ประกอบด งกล าวไปเป นต ว แปรส าหร บการว เคราะห ทางสถ ต ต อไป

71 ประโยชน ของเทคน ค Factor Analysis 2. ใช ในการแก ป ญหาอ นเน องมาจากการท ต วแปรอ สระของ เทคน คการว เคราะห สมการความถดถอยม ความส มพ นธ ก น (Multicollinearity) ซ งว ธ การอย างหน งในการแก ป ญหาน ค อ การรวมต วแปรอ สระท ม ความส มพ นธ ไว ด วยก น โดยการสร าง เป นต วแปรใหม หร อเร ยกว า องค ประกอบ โดยใช เทคน ค Factor Analysis แล วน าองค ประกอบด งกล าวไปเป นต วแปร อ สระในการว เคราะห ความถดถอยต อไป

72 ประโยชน ของเทคน ค Factor Analysis 3. ท าให เห นโครงสร างความส มพ นธ ของต วแปรท ศ กษา เน องจากเทคน ค Factor Analysis จะหาค า ส มประส ทธ สหส มพ นธ (Correlation) ของต วแปรท ละ ค แล วรวมต วแปรท ส มพ นธ ก นมากไว ในองค ประกอบ เด ยวก น จ งสามารถว เคราะห โครงสร างท แสดง ความส มพ นธ ของต วแปรต าง ๆ ท อย ในองค ประกอบ เด ยวก นได

73 ข อตกลงเบ องต นของการใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบ 1. ต วแปรท ค ดเล อกมาว เคราะห องค ประกอบ ต องเป นต ว แปรท ม ค าต อเน อง หร อม ค าในมาตราระด บช วง (Interval scale) และมาตราอ ตราส วน (Ratio scale) 2. ต วแปรท ค ดเล อกมาว เคราะห องค ประกอบ ควรม ความส มพ นธ ระหว างต วแปรในระด บส ง (r = ) ร ปแบบความส มพ นธ ระหว างองค ประกอบและต วแปรท อย ในร ป เช งเส น (linear) เท าน น

74 ข อตกลงเบ องต นของการใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบ 3. จ านวนต วแปรท ค ดเล อกมาว เคราะห องค ประกอบ ควรม จ านวนมากกว า 30 ต วแปร 4. กล มต วอย าง ควรม ขนาดใหญ และควรม มากกว าจ านวนต วแปร จ านวนข อม ลมากกว า จ านวนต วแปรอย างน อย 5 20 เท า

75 ข อจ าก ดและป ญหาของการใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบ 1. ข อจ าก ดเร องจ านวนต วอย าง เน องจากการใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบต องใช จ านวนต วอย าง (sample size) จ านวนมาก หากใช ต วอย างน อยค าส มประส ทธ สหส มพ นธ จะต า แนวค ดการใช ขนาดต วอย าง ส าหร บการใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบในการว จ ย แนวค ดการใช ขนาดต วอย าง ข อเสนอแนะขนาดต วอย าง (n) และเหต ผล 1. ก (Comrey & Lee, 1992) ได เสนอแนะขนาดต วอย างด งน จ านวน 50 ราย ถ อว า แย มาก (very poor) จ านวน 100 ราย ถ อว า ไม ด (poor) จ านวน 200 ราย ถ อว า พอใช ได (fair) จ านวน 300 ราย ถ อว า ด (as a good) จ านวน 500 ราย ถ อว า ด มาก (as exellent)

76 ข อจ าก ดและป ญหาของการใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบ แนวค ดการใช ขนาดต วอย าง ส าหร บการใช สถ ต การ ว เคราะห องค ประกอบในการว จ ย แนวค ดการใช ขนาด ต วอย าง 2. การใช ขนาดต วอย างข นอย ก บจ านวน องค ประกอบท ต องการว เคราะห 2.1 ถ าการว จ ยน นม จ านวนองค ประกอบน อย (2-3 องค ประกอบ) และ/หร อม ค าน าหน กองค ประกอบต ามาก 2.2 กรณ ม จ านวนองค ประกอบ 4 องค ประกอบ หร อม ค า น าหน ก องค ประกอบมากกว า จ านวนองค ประกอบม เท าก บ 10องค ประกอบหร อ น าหน กองค ประกอบ น อยกว า การว จ ยน นม จ านวนองค ประกอบน อย(2 3 องค ประกอบ) และ/หร อม ค า น าหน กองค ประกอบต ามาก ข อเสนอแนะขนาดต วอย าง (n) และเหต ผล 2.1 ขนาดต วอย างแค 150 รายก เพ ยงพอ 2.2 ไม จ าเป นต องระบ จ านวนต วอย าง 2.3 ต วอย างควรม มากกว า 150 ราย 2.4 ขนาดต วอย าง ควรม อย างน อย 300

77 ข นตอนการว เคราะห องค ประกอบ ข นท 1 ก าหนดป ญหาการว จ ย ทบทวนองค ประกอบต วแปรจากทฤษฎ เก บข อม ล และเล อกว ธ ว เคราะห องค ประกอบตามว ตถ ประสงค การว จ ย ข นท 2 ตรวจสอบข อม ลท ใช ว เคราะห ว าเป นไปตามข อตกลงหร อไม และ สร างเมทร กซ สหส มพ นธ (Correlation Matrix) ข นท 3 สก ดองค ประกอบ (Extraction Factor Analysis : Factor Extraction หร อ Initial Factors) ข นท 4 เล อกว ธ การหม นแกน (Factors Rotation) ข นท 5 เล อกค าน าหน กองค ประกอบ (Factors Score) ข นท 6 ต งช อองค ประกอบท ว เคราะห ได

78 การออกแบบว จ ยและการประย กต ใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบ การออกแบบว จ ยส าหร บการใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบ ส วน ใหญ น ยมออกแบบว จ ยแบบไม ทดลอง (Non-Experimental Research Design) ท เป นการว จ ยแบบอธ บายความส มพ นธ (Explanatory research) ท ม ล กษณะค าถามการว จ ยท ต องการคาดคะเน ความส มพ นธ เพ อใช อธ บายความส มพ นธ ระหว างต วแปรใช ตรวจสอบโครงสร างของช ดต วแปรในร ปของจ านวนท น อยท ส ดของ ต วแปรแฝงท ส งเกตไม ได หร อว ดได โดยตรง หร ออาจเร ยกได ว าเป น ต วแปรแฝง หร อองค ประกอบ ซ ง ต วแปรแฝงท ส งเกตไม ได เหล าน จะถ กเร ยกว า องค ประกอบ (Joreskog & Sorbom, 1993)

79 ต วอย างห วข อการว จ ยท ใช สถ ต การว เคราะห องค ประกอบ ห วข อการว จ ย 1. การสร างแบบว ดค ณธรรม จร ยธรรมพ นฐานสาหร บ น กเร ยนม ธยมศ กษาตอนต น คมกฤช ใจคาป น ศ กษาศาสตร มหาบ ณฑ ต สาขาการว ดและประเม นผล ทางการศ กษา มหาว ทยาล ยเช ยงใหม ก มภาพ นธ 2544 ว ตถ ประสงค และ ว ธ การใช ว ธ การว เคราะห องค ประกอบ 1.1) เพ อสร างแบบว ด ค ณธรรม จร ยธรรมพ นฐาน ในด านความกต ญญ กตเวท การพ งตนเอง การร จ ก ประมาณตนและ ความเอ อเฟ อเผ อแผ 1.2) ว ธ การใช Exploratory Factor Analysis (EFA) เน องจากเป นการสร าง เคร องม อใหม EFA ผลการว จ ยแบบย อ ผลการว เคราะห ด วย EFA พ จารณาค าถ วงน าหน กต งแต 0.3 ข นไป ได จ านวนข อท เป นไปตาม เกณฑ 39 ข อ จาก 157 ข อ ด งน ความกต ญญ กตเวท 11 ข อ การพ งตนเอง 8 ข อ การร จ กประมาณตน 8 ข อ ความเอ อเฟ อเผ อแผ 12 ข อ

80 ห วข อการว จ ย 2. การศ กษาการท างานเป นท มและการ สร างโมเดลการฝ กอบรมเพ อพ ฒนาการ ท างานเป นท มของพน กงาน ธนว ฒน ภมรพรอน นต ปร ญญาการศ กษาด ษฎ บ ณฑ ต สาขาว ชาจ ตว ทยาการให ค าปร กษา มหาว ทยาล ยศร นคร นทรว โรฒ ธ นวาคม 2551 ว ตถ ประสงค และว ธ การใช ว ธ การว เคราะห องค ประกอบ 1. เพ อศ กษาองค ประกอบการท างานเป น ท มของพน กงาน 2. ว ธ การใช การว เคราะห องค ประกอบ เช งย นย น (Confirmatory factor analysis) ผ ว จ ยต องการศ กษาว าคะแนนการทางาน เป นท ม ม 2 องค ประกอบค อ องค ประกอบท 1 ค อ การสร างท มงาน ม องค ประกอบย อย 5 องค ประกอบ ได แก เป าหมายของท มงาน ว ส ยท ศน ท มงาน ภาระงานและท กษะท จาเป น ร ปแบบพฤต กรรมทางส งคม และการ เป นผ น า ส วนองค ประกอบท 2กระบวนการทางาน เป นท ม ม องค ประกอบย อย 5 องค ประกอบได แก การวางแผน การ ด าเน นงานตามแผน การประสาน ก จกรรม ความพ งพอใจของท มงาน และ การประเม นผล ผลการว จ ยแบบย อ 1. คะแนนการทางานเป นท มของพน กงานท ง10 องค ประกอบ ย อย ม ค าส มประส ทธ สหส มพ นธ ต งแต และม ความส มพ นธ อย างม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 ท กค า 2. โมเดลการว เคราะห เช งย นย น อ นด บท 1 ของการทางานเป นท มของพน กงาน F1: การสร างท มงาน ม 5 ต วแปร ม ค าน าหน กองค ประกอบต งแต F2 : กระบวนการทางาน ม 5 ต วแปร ค าน าหน กองค ประกอบต งแต ค าความเช อถ อได ของการว ด (R2)แต ละองค ประกอบย อยม ค าต งแต โมเดลการว เคราะห เช งย นย น อ นด บท 2 ของการทางานเป นท มของพน กงาน F1: การสร างท มงาน ม 5 ต วแปร ม ค าน าหน กองค ประกอบ ต งแต F2 : กระบวนการทางาน ม 5 ต วแปร ค าน าหน กองค ประกอบต งแต ค าความเช อถ อได ของการว ด (R2)แต ละองค ประกอบย อยม ค าต งแต โมเดลโครงสร างการท างานเป นท มม ความเหมาะสมพอด ก บข อม ลเช งประจ กษ

81 ต วอย างงานว จ ย Factor Analysis การว เคราะห องค ประกอบพฤต กรรมการอน ร กษ ส งแวดล อมของน กเร ยน ม ธยมศ กษาตอนปลาย จ งหว ดปท มธาน ( FACTOR ANALYSIS OF ENVIRONMENT CONSERVATION BEHAVIORS AMONG HIGH SCHOOL STUDENTS IN PHATHUMTANEE ) ผ ว จ ย จ ตเจร ญ ศรขว ญ ค าถามการว จ ย อะไรค อองค ประกอบของพฤต กรรมการอน ร กษ ส งแวดล อมของน กเร ยน ม ธยมศ กษาตอนปลาย ว ตถ ประสงค การว จ ย เพ อว เคราะห องค ประกอบพฤต กรรมการอน ร กษ ส งแวดล อมของน กเร ยน ม ธยมศ กษาตอนปลาย

82 ขอบเขตการว จ ย 1.ประชากร ประชากรท ใช ในการศ กษาคร งน เป นน กเร ยนช นม ธยมศ กษาตอนปลาย ส งก ดส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานจ งหว ดปท มธาน ป การศ กษา 2550 จ านวน 4,400 คน 2. กล มต วอย าง กล มต วอย างในการศ กษาคร งน ค อน กเร ยนช นม ธยมศ กษาตอนปลาย ส งก ดส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานจ งหว ดปท มธาน ป การศ กษา 2550 จ านวน 1,267 คน ซ งได มาจากการส มแบบหลายข นตอน

83 ต วอย างแบบสอบถามพฤต กรรมการอน ร กษ ส งแวดล อมของน กเร ยนม ธยมศ กษาตอนปลาย พฤต กรรมของน กเร ยน 1. น กเร ยนสนใจอ านเอกสารเผยแพร ด านส งแวดล อมของโรงเร ยน 2. น กเร ยนด หร ออ านข าวเก ยวก บส งแวดล อมอย เป นประจ า 3. น กเร ยนปล กต นไม ร วมก บทางโรงเร ยนท กคร งท ม โครงการปล กต นไม ในว น ส าค ญต าง ๆ 4. น กเร ยนป ดไฟฟ าท ไม จ าเป นอย เสมอเพ อประหย ดกระแสไฟฟ า 5. เม อผ ปกครองใช ให ไปซ อหลอดไฟน กเร ยนจะซ อหลอดไฟท ช วยประหย ด พล งงานเท าน น 6. น กเร ยนจะแจ งให ทางโรงเร ยนทราบเม อพบเห นท อน าประปาร ว 7. น กเร ยนท งขยะลงในถ งขยะท กคร ง 8. น กเร ยนม กน าถ านไฟฉายหร อหลอดไฟฟ าท เส อมค ณภาพแล วไปท งแยกก บ ขยะประเภทอ น 9. น กเร ยนใช กระดาษท งสองหน าก อนท กคร งท จะน าไปท ง ระด บการปฏ บ ต

84 ต วอย างแบบสอบถามพฤต กรรมการอน ร กษ ส งแวดล อมของน กเร ยนม ธยมศ กษาตอนปลาย พฤต กรรมของน กเร ยน 1. น กเร ยนสนใจอ านเอกสารเผยแพร ด านส งแวดล อมของโรงเร ยน ENV1 2. น กเร ยนด หร ออ านข าวเก ยวก บส งแวดล อมอย เป นประจ า ENV2 3. น กเร ยนปล กต นไม ร วมก บทางโรงเร ยนท กคร งท ม โครงการปล กต นไม ในว น ส าค ญต าง ๆ ENV3 4. น กเร ยนป ดไฟฟ าท ไม จ าเป นอย เสมอเพ อประหย ดกระแสไฟฟ า ENV4 5. เม อผ ปกครองใช ให ไปซ อหลอดไฟน กเร ยนจะซ อหลอดไฟท ช วยประหย ด พล งงานเท าน น ENV5 6. น กเร ยนจะแจ งให ทางโรงเร ยนทราบเม อพบเห นท อน าประปาร ว ENV6 7. น กเร ยนท งขยะลงในถ งขยะท กคร ง ENV7 8. น กเร ยนม กน าถ านไฟฉายหร อหลอดไฟฟ าท เส อมค ณภาพแล วไปท งแยกก บ ขยะประเภทอ น ENV8 9. น กเร ยนใช กระดาษท งสองหน าก อนท กคร งท จะน าไปท ง ENV9 ระด บการปฏ บ ต

85 ค าส งของ SPSS for Windows ส าหร บเทคน ค Factor Analysis Analyze Dimension Reduction Factor

86

87 จะปรากฏหน าต าง โดยต องเล อกต วแปรใส ใน box ของVariables

88 เล อกป ม Descriptives จะปรากฏหน าต าง ส วนท 1 : Statistics ซ งผ ใช สามารถเล อกทางเล อกต าง ๆ ได ด งน Univariate descriptive จะแสดงจ านวนข อม ล, ค าเฉล ย และค าเบ ยงเบนมาตรฐานของต วแปรแต ละต ว Initial solution จะแสดงค า initial communalities, eigenvalue และ percentage of variance explained ส วนท 2 : Correlation Matrix ซ งม ทางเล อกต อไปน Coefficients จะให ค าเมทร กซ ส มประส ทธ สหส มพ นธ ของต วแปรท กค Significance levels เม อเล อกทางเล อกน ผลล พธ จะแสดงค า one-tailed significance level ของการทดสอบค าส มประส ทธ สหส มพ นธ ของต วแปรแต ละค Diterminant จะแสดงค า determinant ของเมทร กซ ส มประส ทธ สหส มพ นธ KMO and Bartlett s test of sphericity ถ าเล อกทางเล อกน ผลล พธ จะแสดงค า KMO และ Bartlett s test

89 KMO and Bartlett s test of sphericity ถ าค า KMO ม ค าน อย (เข าส ศ นย ) แสดงว าเทคน ค Factor Analysis ไม เหมาะสมก บข อม ลท ม อย ถ าค า KMO ม ค ามาก (เข าส หน ง) แสดงว าเทคน ค Factor Analysis เหมาะสม ก บข อม ลท ม อย โดยท วไปถ าค า KMO <.5 จะถ อว า ข อม ลท ม อย ไม เหมาะสมท จะใช เทคน ค Factor Analysis Bartlett s Test of sphericity เป นค าสถ ต ท ใช ทดสอบสมมต ฐาน

90 เล อกป ม Extraction จะปรากฏหน าต าง ส วนท 1 : Method เป นการให เล อกว ธ การสก ด ป จจ ย ซ งแบ งออกเป น 2 ว ธ ใหญ ๆ ค อ 1. Principal Component Analysis (PCA) เป นว ธ การสก ดป จจ ยท ได ร บความน ยมมากท ส ด

91 2. Common Factor Analysis (CFA) เป นเทคน คท ม ว ตถ ประสงค เหม อนเทคน ค PCA ค อ จะ สร าง Factor เพ อลดจ านวนต วแปร แต หล กเกณฑ ของ CFA จะพยายามท าให ค าแปรปรวนเฉพาะส วนของ common factor มากท ส ด โดยไม พ จารณาถ งค า Unique Factor เทคน ค CFA ม เทคน คย อย 6 เทคน คด งน Unweighted Least Square Generalized Least Square Maximum Likelihood Method Alpha factoring Image Factoring

92 2 : Display ก Unrotate factor solution ก Factor ก ก communality, eigenvalues Scree plot ก eigenvalues ก ก Factor ก 3 : Extract ก ก ก ก ก Eigenvalues over : eigenvalues ก กก ก ก SPSS ก 1 box ก ก Number of factors : ก Factor ก

93 ก Rotation ก ส วนท 1 : Method เม อสก ดป จจ ยได แล ว จะต องม การจ ดต วแปรแต ละต วว าควรจะอย ใน ป จจ ยใด โดยพ จารณาจากค า Factor loading น นค อ ถ าค า Factor loading ของต วแปรหน งม ค ามาก (เข าส ±1) ในป จจ ยหน งและม ค าน อย (เข าส ศ นย ) ในป จจ ยอ น ๆ จะจ ดต วแปรน นอย ในป จจ ยท ท าให ค า Factor loading มาก แต ถ าค า Factor loading ม ค ากลาง ๆ ไม ช ดเจนว าควรจ ด ต วแปรอย ใน Factor ใดก ต องม การหม นแกน ป จจ ย เพ อเปล ยนเมตร กซ ท าให ค า Factor loading ม ค ามากส าหร บป จจ ยใดป จจ ยหน ง เท าน น จ งสามารถจ ดต วแปรต าง ๆ ว าควรอย ใน ป จจ ยใด

94 ก ก 2 Orthogonal Rotation ก ก กก ก 1.1 Varimax Factor loading ก ก 1.2 Quartimax ก ก 1.3 Equamax ก Varimax Quartimax

95 Oblique Rotation เป นการหม นแกนท เม อหม นแล ว ป จจ ยอาจจะไม ต งฉากก น หร อ ป จจ ย ไม เป นอ สระก นโดยใน SPSS เร ยกเป น Direct Oblimin และ Promax ผ ใช จะต องเล อก ทางเล อกใดทางเล อกหน งเพ ยง ทางเล อกเด ยว ถ าเล อก Noneแสดงว าไม ต องการ ให ม การหม นแกนป จจ ย

96 ส วนท 2 : Display ผ ใช สามารถเล อกท จะแสดงค าต าง ๆ ด งน Rotated solution ถ าเล อก Orthogonal Rotation (Varimax, Quartimax หร อ Equamax) จะ แสดง pattern matrix ถ าเล อก Directed Oblimin หร อ Promax จะแสดงเมตร กซ pattern, Structure และ Factor correlation Loading plot(s) จะแสดงกราฟของป จจ ยต าง ๆ ใน 3 dimension ของ 3 Factor แรก แต ถ าม 2 Factor จะแสดงกราฟ 2 dimension ส วนท 3 : Maximum Iteration for Convergence เป นการก าหนด จ านวนรอบส งส ดของการหม นแกนป จจ ยเพ อให ค า Factor loading ช ดเจน ข น โปรแกรม SPSS ก าหนด default เป น 25 รอบ ผ ใช สามารถก าหนด เลขจ านวนเต มบวก

97 เล อกป ม Scores จะปรากฏหน าต าง Save as variables เม อเล อกทางเล อกน จะเป นการ save Factor score ในร ปของต ว แปรโดยท 1 Factor ถ อเป น 1 ต วแปร โดยตารางผลล พธ จะแสดง ช อ และ label ของต วแปรใหม โดยผ ใช จะต องเล อกว ธ การค านวณ Factor score โดยม ว ธ การค านวณให เล อก 3 ว ธ ซ งผ ใช ต องเล อก เพ ยงทางเล อกเด ยว Regression ใช เทคน ค regression ในการหาค า Factor score โดยว ธ น ให ค าแปรปรวนเท าก บ (ส มประส ทธ สหส มพ นธ ระหว าง ค า Factor score ท ประมาณได ก บค า Factor score จร ง) 2 ส วน ใหญ น ยมใช ว ธ น Bartlett Anderson-Rubin Display factor score coefficient matrix จะแสดงเมตร กซ ค า ส มประส ทธ ของ Factor score และCovariance matrix ของ Factor score

98 เล อกป ม Options จะปรากฏหน าต าง ส วนท 1 : Missing ผ ใช ต องเล อกเพ ยงทางเล อกเด ยวจาก Exclude case listwise จะว เคราะห เฉพาะ case ท ม ค า ของท กต วแปร Exclude case pairwise จะไม รวม case ท ม missing ของต วแปรค ใดค หน ง Replace with mean แทนค า missing value ด วย ค าเฉล ยของต วแปรน น ๆ และใช ท ก case ในการว เคราะห ป จจ ย ส วนท 2 : Coefficient Display Format ผ ใช สามารถเล อกท จะแสดงค าส มประส ทธ Sorted by size จะแสดงค า Factor loading เร ยงตามล าด บ โดยต วแปรท ม ค า Factor loading ส ง ๆ ใน ป จจ ยเด ยวก น จะอย ด วยก น Suppress absolute values less than จะไม แสดงค าส มประส ทธ สหส มพ นธ หร อ Factor loading ท ม ค าน อยกว าท ระบ โดยค าท จะระบ ม ค า.10

99 ต วอย าง สมมต ว าผ ว จ ยต องการศ กษาพฤต กรรมการอน ร กษ ส งแวดล อม ของน กเร ยนม ธยมศ กษาตอนปลาย จ งหว ดปท มธาน โดยสนใจท จะศ กษา ต วแปรต อไปน ว าสามารถจ ดกล มต วแปรได อย างไร และได ผลล พธ ด งน ความหมายของผลล พธ ตารางท 1 Descriptive Statistics จากข อม ลต วอย าง 1267 ราย แสดงค าเฉล ย และค าเบ ยงเบน มาตรฐานของต วแปรท ง 9 ต ว เช น ต ว แปร env1 ม ค าเฉล ยของระด บ พฤต กรรม เป น 2.58 ค าเบ ยงเบน มาตรฐานเป น 1.130

100 ตารางท 2 Correlation Matrix ความหมายของผลล พธ ตารางท 2 Correlation Matrix ค าส มประส ทธ สหส มพ นธ ในตารางท 2 เป นค าส มประส ทธ สหส มพ นธ ของ Pearson (Pearson Correlation) จะพบว าต วแปร env8 และ env9 ม ความส มพ นธ ก นมากท ส ด (มากกว าต วแปรค อ น ๆ ) โดยม ค าส มประส ทธ สหส มพ นธ.844 ด งน นต วแปร env8 และ env9 ควรอย ใน Factor เด ยวก น

101 ตารางท 3 KMO and Bartlett s Test 3 KMO and Bartlett s Test Kaiser-Meyer-Olkin ก Factor Analysis.823 กก.5 Factor Analysis Bartlett s Test of Sphericity H 0 : (env1, env2,, env9) ก H 1 : (env1, env2,, env9) ก ก ก Chi-Square = Significance =.000 ก.05 H 0 env1,env2,,env9 ก Factor Analysis

102 ความหมายของผลล พธ ตารางท 4 Communalities จากตาราง 4 จะพบว าส าหร บแต ละต วแปร จะม ค า initial communalities และ Extraction communalities Communalities เป นค าส ดส วนของค าแปรปรวนของต วแปร ท สามารถอธ บายได โดย Common Factor ท งหมด โดยท 0 < communality < 1 ถ า communality = 0 แสดงว า Common Factor ไม สามารถ อธ บายความผ นแปร (ค าแปรปรวน)ของต วแปร แต ถ าค า communality = 1 แสดงว า Common Factor สามารถ อธ บายความผ นแปรได ท งหมด Initial Communality จากว ธ Principal Component จะ ก าหนดให Initial communality ของต วแปรท กต วเป น 1 Extraction Communality เป นค า communality ของต ว แปรหล งจากท ได สก ดป จจ ยแล ว จะพบว าค า Extraction communality ของต วแปร env6 ม ค าต าส ด =.774 แต ก ย งไม ต า มาก น าจะสามารถจ ดอย ใน Factor ใด Factor หน งได ช ดเจน

103 ตารางท 5 Total Variance Explained Total Variance Explained 5 Factor ก ก ก Principle Component ก ก

104 ผลล พธ 1 2 ความหมาย Component หมายถ ง Factor หร อป จจ ย โดยท วไปจะสก ดให ม จ านวนป จจ ย =จ านวนต วแปร ในต วอย างน ม 9 ต วแปร จ งม 9 ป จจ ยหร อ 9 Component Total Eigenvalues หมายถ ง ค าความผ นแปร หร อความแปรปรวนท งหมดในต วแปรเด มท สามารถ อธ บายได โดย Factor หร อ Eigenvalue ค อ ผลบวก ค าของ Factor loading ยกก าล งสอง ของแต ละต ว แปรใน Factor หน ง ๆ ด งน นจะไม พ จารณา Factor ท ม ค า Eigenvalue น อยกว า 1 จะพบว าม เพ ยง Factorหร อComponent ท 1,2 และ 3 เท าน นท ม ค า Eigenvalue มากกว า 1 จ ง ควรม เพ ยง 3 Factor เท าน น

105 ผลล พธ 2 ความหมาย % of Variance หมายถ ง เปอร เซ นต ท แต ละ Factor สามารถอธ บายความผ นแปรได เน องจาก เด มม ต วแปร 9 ต ว และจากตารางท 4 จะพบว าแต ละต วม ค า Communality เร มต นเป น 1 เสมอ จ งม ความผ นแปรท งหมด = 9 เช น - % of Variance ของ Factor ท 1 = (4.674/9)*100 = % หมายถ ง Factor ท 1 สามารถอธ บายความผ นแปรท งหมดได % - % of Variance ของ Factor ท 2 = (1.708/9)*100 = % หมายถ ง Factor ท 2 สามารถอธ บายความผ นแปรของข อม ลได % - % of Variance ของ Factor ท 3 = (1.144/9)*100 = % หมายถ ง Factor ท 3 สามารถอธ บายความผ นแปรของข อม ลได %

106 ผลล พธ ความหมาย 2 Comulative % หมายถ ง ผลบวกสะสมของ % of Variance - % of Cumulative ของ 3 Factor แรก = = หมายถ ง Factor ท 1-3 อธ บายค าแปรปรวนของต ว แปรท ง 9 ต วได %

107 ผลล พธ 3 ความหมาย Extraction Sums of Squared Loadings โดยว ธ Principal component ค า Initial Eigenvalue ใน 2 และค า Extraction Sums of Squared Loadings จะเท าก น และจะแสดงเฉพาะ Factor ท ม ค า Eigenvalue มากกว า 1

108 ผลล พธ 4 ความหมาย Rotation Sums of Squared Loadings จะให ค า Eigenvalue, % of Variance และ Cumulative % ของ Factor ต างๆ เม อท าการหม นแกนป จจ ยไปในล กษณะท ป จจ ยต าง ๆ ย งคงต งฉากก น หร อเป นอ สระก น ในต วอย างน เล อกว ธ Varimax เป นว ธ หม นแกนป จจ ยจะพบว าค า Eigenvalue, % of Variance ของ Factor ท 1 เม อหม นแกน แล วน อยกว าเม อย งไม ได หม นแกน( 2.539น อยกว า4.674) Eigenvalue, % of Variance ของ Factor ท 2 เม อหม นแกน แล วมากกว าเม อย งไม ได หม นแกน( 2.518มากกว า1.708) Eigenvalue, % of Variance ของ Factor ท 3 เม อหม นแกน แล วมากกว าเม อย งไม ได หม นแกน( มากกว า1.144) แต Cumulative ของท ง 3 Factor ย งคงเท าเด ม

109 สร ปผลล พธ ตารางท 5 1. จะพบว าควรม Factor เพ ยง 3 Factor เน องจาก เฉพาะ 3 Factor แรกเท าน นท ม ค า Eigenvalue มากกว า 1 2. Factor ท ส าค ญท ส ดค อ Factor ท 1 เน องจากอธ บายหร อด งความ แปรปรวนของข อม ลได มากท ส ดในต วอย างน ได ถ ง % ส วน Factor ท 2 จะส าค ญรองลงมา 3. โปรแกรม SPSS จะก าหนดให หาค าเฉพาะ Factor ท ม ค า Eigenvalues เก น 1 ถ าต วแปรท กต ว ( 9 ต ว) เป นอ สระก น จะม 9 Factor หร อ 9 Component โดยท แต ละต วม ค าแปรปรวน = 1 4. ในทางปฏ บ ต เม อใช ข อม ลท เก ดข นจร งม กจะพบว าม บาง Factor ท ม ค า Eigenvalue ใกล 1 ท าให ผ ว เคราะห ต องต ดส นใจว าควรม ก Factor

110 ตารางท 6 Component Matrix ความหมายของผลล พธ ตารางท 6 : Component Matrix ค าในตารางท 6 เป นส มประส ทธ หร อท เร ยกก นว า Factor loading เป นค าท แสดงความส มพ นธ ของต วแปรก บ Factor ท ง 3 Factor โดยท ย งไม ม การหม นแกนป จจ ย

111 ตารางท 7 Rotation Component Matrix a

112 ความหมายของผลล พธ ตารางท 7 : Rotation Component Matrix 7 Factor loading ก ก Varimax Factor loading ก Factor loading ก ก Factor loading Factor ก ก Factor Factor 1 ก 3 env7, env8, env9 อธ บายความ แปรปรวนขององค ประกอบได % Factor 2 ก 3 env1, env2, env3 อธ บายความ แปรปรวนขององค ประกอบได % Factor 3 ก 3 env4, env5, env6 อธ บายความ แปรปรวนขององค ประกอบได % และต วแปรส งเกตได ท ง 9 ต วร วมก นอธ บายความแปรปรวนขององค ประกอบท ง 3 องค ประกอบได %

113

114 การต งช อต วประกอบ องค ประกอบท ประกอบด วยต วแปร env1-env3 ซ งเป นต วแปรข าวสารด าน ส งแวดล อม จ งต งช อ องค ประกอบน ว า ด านการร บร ข าวสาร (news) องค ประกอบท ประกอบด วยต วแปร env4-env6 ซ งเป นต วแปรความร ด าน ส งแวดล อม จ งต งช อ องค ประกอบน ว า ด านความร ( Knowledge) องค ประกอบท ประกอบด วยต วแปร env7-env9 ซ งเป นต วแปรความตระหน กด าน ส งแวดล อม จ งต งช อ องค ประกอบน ว า ด านความตระหน ก (Awareness)

115 การว เคราะห องค ประกอบเช งย นย น(CFA) การว เคราะห องค ประกอบเช งย นย น(CFA)เป นการทดสอบเช งย นย น ความส มพ นธ ระหว างต วแปรก บป จจ ยแฝง โดยจะเป นการ ย นย น ความส มพ นธ ว าต วแปรเหล าน นม อ ทธ พลต อป จจ ยแฝงท สร าง ข นมาหร อไม

116 ล กษณะข อม ลท ใช ในการว เคราะห 1. เป นข อม ลท ว ดค าแบบล เค ร ท ( Likert Scale) 2. จ านวนข อม ลท ใช เพ อการว เคราะห ควรม อย างน อย 100 ต วอย าง กรณ การใช โปรแกรม AMOS โดยส วนใหญ จะใช ว ธ การประมาณค าความเป นไปได ส งส ด (Maximum Likelihood: ML) ด งน นควรใช กล มต วอย างอย างต า ประมาณ ต วอย าง

117 ต วอย างการว เคราะห องค ประกอบเช งย นย น โดยส วนใหญ โมเดล CFA จะม สามล กษณะ 1.โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหน งป จจ ย (One factor congeneric model) 2.โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหลายป จจ ย (Multi factor congeneric model) 3.โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหลายช น (Higher order factor model)

118 โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหน งป จจ ย การสร างโมเดลองค ประกอบเช งย นย นหน งป จจ ย เป นว ธ การว ดโมเดลเป นล กษณะโมเดลแบบสมการ ถดถอย(Regression model) ค อประกอบด วยป จจ ย หน งป จจ ยแฝง(Latent Variable)และต วแปรส งเกต ได (Observed variable)

119 โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหน งป จจ ยกรณ ต วอย างการใช โปรแกรม LISREL

120 ต วแปร ข อค าถาม น าหน ก องค ประกอบ R-square สปส.คะแนน องค ประกอบ ENV1 ENV2 ENV3 1.น กเร ยนสนใจอ านเอกสารเผยแพร ด านส งแวดล อมของโรงเร ยน 2.น กเร ยนด หร ออ านข าวเก ยวก บ ส งแวดล อมอย เป นประจ า 3. น กเร ยนปล กต นไม ร วมก บทาง โรงเร ยนท กคร งท ม โครงการปล ก ต นไม ในว นส าค ญต าง ๆ จากตารางพบว าองค ประกอบด านการร บร ข าวสาร (news)ส งแวดล อมม จ านวน 3 ข อ ค าถามม น าหน กองค ประกอบม ค าต งแต 0.89 ถ ง 1.02 ม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 ม ค าส มประส ทธ การพยากรณ (R-square) ต งแต 0.63 ถ ง 0.94 และม ค าส มประส ทธ คะแนนองค ประกอบต งแต 0.09 ถ ง 0.75

121 ผลการว เคราะห องค ประกอบเช งย นย นโมเดลการว ดด านการ ร บร ข าวสารส งแวดล อมพบว าโมเดลม ความสอดคล องก บ ข อม ลเช งประจ กษ อย ในเกณฑ ท ด มากโดยพ จารณาจากค า ไค-สแควร ม ค าเท าก บ 0.00 ค าความน าจะเป นเท าก บ 1.00 (p=1.00) ท องศาอ สระ (df) เท าก บ 0 และ ค า RMSEA เท าก บ 0.000

122 ค าสถ ต ท ช ว ดความเหมาะสมของโมเดล ล าด บท ค าสถ ต ก ก 1. ค าไค-สแควร Chi-square ค า p ต องส งกว า 0.05 จะแสดงว าโมเดลม ความ เหมาะสมและสอดคล องกลมกล นก บข อม ลเช ง ประจ กษ 2. ค า Factor loading ค าน าหน กของต วแปรควรม ค าระหว าง ค า Root mean square error of Approximation (RMSEA) ควรม ค าอย ระหว าง โดยค าท เข าใกล 0.00 เป นค าท ด ท ส ด บางต ารายอมร บได ไม เก น ค า SRMR ควรม ค าอย ระหว าง โดยค าท เข าใกล 0.00 เป นค าท ด ท ส ด บางต ารายอมร บได ไม เก น 0.05

123 ค าสถ ต ท ช ว ดความเหมาะสมของโมเดล ล าด บท ค าสถ ต ก ก 5. ค า GFI ควรม ค าต งแต โดยค า 1 หมายถ งค า ช ว ดว าโมเดลเหมาะสมด ท ส ด 6. ค า TLI ค าด ชน ท 7. ค า CFI ค าด ชน ท 8. ค า CMIN/DF ไม ควรเก น 2.00 ระด บ 0.90เป นระด บท โมเดลม ความ เหมาะสม ระด บ 0.90เป นระด บท โมเดลม ความ เหมาะสม

124

125 ต วแปร ข อค าถาม น าหน ก องค ประกอบ R-square สปส.คะแนน องค ประกอบ ENV4 ENV5 ENV6 1. น กเร ยนป ดไฟฟ าท ไม จ าเป นอย เสมอเพ อประหย ดกระแสไฟฟ า 2. เม อผ ปกครองใช ให ไปซ อหลอดไฟ น กเร ยนจะซ อหลอดไฟท ช วย ประหย ดพล งงานเท าน น 3. น กเร ยนจะแจ งให ทางโรงเร ยนทราบ เม อพบเห นท อน าประปาร ว จากตารางพบว าองค ประกอบด านความร (know)ส งแวดล อมม จ านวน 3 ข อค าถามม น าหน กองค ประกอบม ค าต งแต 0.76 ถ ง 0.86 ม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 ม ค า ส มประส ทธ การพยากรณ (R-square) ต งแต 0.61 ถ ง 0.84 และม ค าส มประส ทธ คะแนน องค ประกอบต งแต 0.17 ถ ง 0.51

126

127 ต วแปร ข อค าถาม น าหน ก องค ประกอบ ENV7 1.น กเร ยนท งขยะลงในถ งขยะท กคร ง 0.69 R-square 0.60 สปส.คะแนน องค ประกอบ 0.11 ENV8 ENV9 2. น กเร ยนม กน าถ านไฟฉายหร อหลอด ไฟฟ าท เส อมค ณภาพแล วไปท ง แยกก บขยะประเภทอ น 3. น กเร ยนใช กระดาษท งสองหน าก อน ท กคร งท จะน าไปท ง จากตารางพบว าองค ประกอบด านความตระหน ก (awareness)ส งแวดล อมม จ านวน 3 ข อค าถามม น าหน กองค ประกอบม ค าต งแต 0.69 ถ ง 0.90 ม น ยส าค ญทางสถ ต ท ระด บ.05 ม ค าส มประส ทธ การพยากรณ (R-square) ต งแต 0.60 ถ ง 0.93 และม ค า ส มประส ทธ คะแนนองค ประกอบต งแต 0.11 ถ ง 0.78

128 โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหน งป จจ ยกรณ ต วอย างการ ใช โปรแกรม AMOS 1. การก าหนดโครงสร างโมเดล จากการว เคราะห องค ประกอบพฤต กรรมการอน ร กษ ส งแวดล อมของน กเร ยน พบว า ประกอบด วยป จจ ยแฝง ( Latent Variable) ด าน การร บร ข าวสาร (news) ท สะท อนมาจากต วแปร (Observed variable) จ านวน 3 ต วแปร ได แก env1, env2, env3

129 โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหน งป จจ ย จากการวาดภาพโมเดลในโปรแกรม AMOS ด งแสดงในร ป จะประกอบไปด วย ต วแปรแบบ Exogenous Variable (ป จจ ยแฝง,news) ต วแปรแบบ Endogenous Variable ( env1,env2,env3) และเป นต วแปรท จะต องม ค าความคลาดเคล อนก าก บเสมอในโมเดล

130 โมเดลองค ประกอบเช งย นย นหน งป จจ ย การก าหนดค า FIX ของต วแปรป จจ ยแฝง ( Latent Variable) เน องจากต วแปร Latent Variable เป นต วแปรท สร างข นมาซ งไม ม ค าแต เก ดจากต วแปร Observed variable หลายๆต วจ งต องก าหนดค า ความส มพ นธ ของต วแปร Latent ก บต วแปร Observed ต วใดต วหน งให เป นต วแปรคงท (Fix) แล วก าหนดค าเร มต นเป น 1.0

131 ผลการว เคราะห จากข อม ลการว เคราะห พบว า ด านการร บร ข าวสารส งแวดล อมว ดได จาก ต วแปร env1,env2,env3 โดยต วแปร env2 ม น าหน กของต วแปร (Regression Weight) มากท ส ดเท าก บ 0.97 รองลงมาได แก ต วแปร env3 ม ค าเท าก บ 0.84 และต าส ดค อต วแปร env1 ม ค าเท าก บ 0.79

132 LISREL MODEL OR SEM d1 X1 Y1 e1 d2 X2 K1 Y2 e2 d3 X3 E1 E2 Y3 e3 d4 X4 K2 Y4 e4 d5 X5 Z1 Z2

133 LISREL MODEL OR SEM z1 d1 X1 Y1 e1 d2 X2 K1 E1 Y2 e2 Y3 e3 E2 d3 X3 K2 Y4 e4 z2 K1, K2 = (MODERATOR) E2 = (MEDIATOR)

134 MULTI-LEVEL ANALYSIS HEIRACHICAL LINEAR MODEL MACRO LEVEL Z MICRO LEVEL X Y Z=MODERATOR

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน

โดย : อ ญชนา กล นเท ยน โดย : อ ญชนา กล นเท ยน กระบวนการวางแผนงาน การด าเน นการก อนการวางแผน การประเม นผล/ปร บปร งแผน และวางแผนใหม การปฏ บ ต ตามแผน การว เคราะห ป ญหา การก าหนดแผนงาน/โครงการ การก าหนดค าใช จ าย การก าหนดว ตถ ประสงค

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๔ จ ดสถานท เร ยน สถานท ฝ กปฏ บ ต งาน สถานท ศ กษาค นคว า ให เหมาะสมก บสาขาว ชาท งในสถานศ

More information

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒

คาช แจง เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ เคร องม อว ดและประเม นความสามารถและท กษะ ตามจ ดเน นการพ ฒนาค ณภาพผ เร ยน การใช เทคโนโลย เพ อการเร ยนร ช นม ธยมศ กษาป ท ๒ สาน กว ชาการและมาตรฐานการศ กษา สาน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐาน กระทรวงศ กษาธ

More information

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร

ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร ค าอธ บายรายว ชา คอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย รายว ชาคอมพ วเตอร ระด บช น ม ธยมศ กษาป ท 1 80 ช วโมง ศ กษา ว เคราะห ข นตอนการท างานโดยท าตามล กษณะข นตอนท วางไว กระบวนการกล ม เป น ว

More information

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖

เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ เค าโครงการจ ดการเร ยนร โรงเร ยนเขาสวนกวางว ทยาน ก ล ภาคเร ยนท ๑ ป การศ กษา ๒๕๕๖ กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ว ชา คอมพ วเตอร เพ มเต ม ๓ ช นม ธยมศ กษาป ท ๕ รห สว ชา ง๓๐๒๐๓ เวลาเร ยน ๔๐ ช วโมง/

More information

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ

ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ ค ม อการใช งานระบบประเม นค ณภาพการศ กษา (e-sar) สาน กคอมพ วเตอร มหาว ทยาล ยท กษ ณ เมน การใช งาน แบ งตามกล มผ ใช งานได ด งน. เมน การใช งานสาหร บผ กาหนดองค ประกอบ. เมน การใช งานสาหร บผ จ ดการองค ประกอบ.

More information

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report)

บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ตอนท 1 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน ค ม อผ ร บผ ดชอบด านพล งงาน(อาคาร) พ.ศ.2553 บทท 4 การจ ดท ารายงานการจ ดการพล งงาน (Energy Management Report) ความส าค ญ พ.ร.บ. การส งเสร มการอน ร กษ พล งงาน

More information

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต

การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา อาจารย ก ญณ ฎฐ ส ร ย นต การประเม นผลการส มมนา การประเม นผลการส มมนา หมายถ ง กระบวนการในการจ ดเก บข อม ล และจ ดกระท าข อม ลเพ อให ทราบว า การดาเน นงานจ ดส มมนาตาม โครงการ ได บรรล ว

More information

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน

รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ป การศ กษา ๒๕๕๔ รายงานผลการประเม นมาตรฐาน ข อก าหนดท ๒ สถานศ กษาควรจ ดหล กส ตรและการจ ดการเร ยนการสอน ด งน ข อก าหนดท ๒.๒ จ ดกระบวนการเร ยนร ท เน นผ เร ยนเป นส าค ญ โดยส งเสร มให ผ เร ยนได พ ฒนาตนเองตามธรรมชาต

More information

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ

บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสาร ของระบบสารสนเทศ อ. ร งล กษม รอดข า คณะว ทยาการจ ดการ มหาว ทยาล ยราชภ ฏสวนส น นทา 1 บทท 3 เทคน คการจ ดท าเอกสารของระบบสารสนเทศ ว ตถ ประสงค 1. บอกความหมายของเอกสารระบบสารสนเทศได

More information

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน

การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การจ ดร ปเล ม แผนการจ ดการเร ยนร แบบเต มภาคเร ยน การเตร ยมการสอนรายว ชา...รห ส... ระด บช นม ธยมศ กษาป ท... ภาคเร ยนท... โครงสร างรายว ชา... รห ส... โดย คร... กล มสาระการเร ยนร... โรงเร ยนปท มธาน น นทม

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2)

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง 2) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา การใช โปรแกรมน าเสนอข อม ล รห สว ชา - ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. อธ

More information

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ

จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ค ม อการใช งาน ระบบระบบสารสนเทศเพ อการบร หารงานว จ ยและฐานข อม ลงานว จ ย มหาว ทยาล ยพะเยา จ ดทาโดย งานพ ฒนาระบบสารสนเทศ ศ นย บร การเทคโนโลย สารสนเทศและการส อสาร มหาว ทยาล ยพะเยา คานา ป จจ บ น มหาว ทยาล

More information

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา

แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา แผนการจ ดก จกรรมการเร ยนร กล มสาระการเร ยนร...รห สว ชา... รายว ชา...ช น...ป การศ กษา... จ านวน...ช วโมง...หน วยก ต ค าอธ บายรายว ชา ศ กษา / ปฏ บ ต............... โดย............. เพ อ.............. สาระ...............

More information

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ

4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4. การใช งานโปรแกรมตารางค านวณ 4.1 ความหมายของโปรแกรมตารางค านวณ ภาพท 4.1 ต วอย างหน าจอภาพโปรแกรมตารางค านวณ Microsoft Excel โปรแกรมตารางค านวณ (Spreadsheet) เป นโปรแกรมท ม ความสามารถและ เหมาะส าหร บใช

More information

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ.

มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. มาตรฐานการอาช วศ กษา พ.ศ. 2555 การประก นค ณภาพภายในการอาช วศ กษา ตามกฎกระทรวง ว าด วยระบบ หล กเกณฑ และว ธ การประก นค ณภาพการศ กษา พ.ศ. 2553 โดย นายเร งจ ตร ม ลาภสม กรรมการผ ทรงค ณว ฒ ในคณะกรรมการประก นค

More information

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ

จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ การจ ดการความร (Knowledge Management) เร อง เทคน คการแปลง file word โดยใช โปรแกรม Word to FlippingBook (กรณ แปลงเอกสาร น กศ กษา และ นทน.หล กส ตรต างๆ) จ ดท าโดย กองห องสม ด กรมย ทธศ กษาทหารเร อ ค าน า

More information

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net)

แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา (www.v-cop.net) 1 แนวทางการประเม นการด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษา () การประเม นการบร หารจ ดการศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาระด บสถานศ กษา เพ อให การด าเน นงานศ นย ก าล งคนอาช วศ กษาม ประส ทธ ภาพย งข น และน าไปส การพ ฒนาค

More information

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร

บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร บทท หล กการแก ป ญหาด วยคอมพ วเตอร ประกอบด วย 4 ข นตอน 1. การว เคราะห และกาหนดรายละเอ ยดของป ญหา 2. การวางแผนในการแก ป ญหา 3. การดาเน นการแก ป ญหา 4. การตรวจสอบและปร บปร ง ว เคราะห ป ญหาหร อความต องการ

More information

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง

ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง ต วอย างการใช งาน โปรแกรมกฎหมายส งแวดล อม ความปลอดภ ยและ การประเม นความสอดคล อง 1 ต วอย างการใช งานโปรแกรม 1. เม อผ ใช งานเป ดโปรแกรมข นมา ระบบจะให ท าการลงทะเบ ยนเพ อจะท าการบ นท กข อม ลลงระบบ ซ งท าให

More information

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔

แนวทางและแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ แนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ การจ ดท าแนวทางแผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๔ เป นการต อเน องมาจากแนวทาง แผนการจ ดการความร ประจ าป งป.๕๓ ซ งย งคงเป นการตาม พ.ร.ฎ.ว าด วยหล กเกณฑ ว ธ การบร หาร ก

More information

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน

บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน ค ม อผ ด แลระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน บทท 3 การบร หารจ ดการระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชนระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน - ๑ บทท 3 การบร หารจ ดการ ระบบสารสนเทศภ ม ศาสตร ป าช มชน เจ าหน าท ผ ใช งานระบบสารสนเทศภ

More information

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗

แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ แผนงานการประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗... แผนงาน การประก นค ณภาพการศ กษาภายในของ กอศจ.ยศ.ทบ. ประจ าป งบประมาณ ๒๕๕๗ หน วยร บผ ดชอบ ส าน กงานประก นค ณภาพการศ กษา กอศจ.ยศ.ทบ.

More information

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ.

ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-1 ส วนท 4 ผลการด าเน นงานตามต วบ งช มาตรฐานค ณภาพ สมศ. 4-2 4-3 มาตรฐานท 1 มาตรฐานด านค ณภาพบ ณฑ ต ต วบ งช อ างอ งผลการด าเน นงานในต วบ งช ของ สกอ. ต วบ งช ร วม ต วบ งช 1.1 ร อยละของบ ณฑ ตระด บปร ญญาตร

More information

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน

ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน ตารางว เคราะห เน อหาหน วยการสอน หน วยท ช อหน วย/ห วข อการสอน จ านวน (ช วโมง) 1 จร ยธรรมและความร บผ ดชอบในการใช คอมพ วเตอร และ ระบบสารสนเทศ 1.1 จร ยธรรมในการใช ระบบคอมพ วเตอร 1.2 จรรยาบรรณในการใช คอมพ วเตอร

More information

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save)

การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) 12 การจ ดการก บแฟ มข อม ล จ ดเก บเอกสาร (Save) ใช ไอคอน แทนการเร ยกเมน File, Save ได เม อสร างงานด วย Word ควรท าการจ ดเก บงานน นไว ในฮาร ดด สก จากน นจ งค อย ท าการค ดลอก (Copy) หร อย าย (Move) ไปไว ในแผ

More information

แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต

แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต แบบ สวกท. - 01 แบบเสนอโครงการว จ ยเพ อพ ฒนาการเร ยนร กองท นเพ อการว จ ย มหาว ทยาล ยราชภ ฏภ เก ต ---------------------------------- 1. ช อโครงการว จ ย 1.1 (ภาษาไทย).................... 1.2 (ภาษาอ งกฤษ)..................

More information

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม.

การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. การจ ดท ารายงานประจ าป สยาม ป ยะนราธร ศ กษาน เทศก สพป.กทม. รายงานประจ าป ของสถานศ กษา การจ ดท ารายงานประจ าป ของ สถานศ กษาเป นข นตอนท 7 ของการ ประก นค ณภาพภายในระด บการศ กษา ข นพ นฐาน ตามกฎกระทรวงว าด

More information

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม

ค ม อการปฏ บ ต งาน กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม ค ม อการปฏ บ ต งาน เร อง กระบวนการจ ดโครงการ/ก จกรรม กล มว ชาการศ กษา ศ นย ฝ กพาณ ชย นาว ประเภทเอกสาร : ค ม อกระบวนการทางาน หน าท : 1 จานวนหน าท งหมด : 9 1. ว ตถ ประสงค 1.1 เพ อส งเสร มพ ฒนาการเร ยนร และประสบการณ

More information

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร

แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร (แบบน เทศการสอน 1) แบบประเม นแผนการจ ดการเร ยนร คร ผ สอน...ช น...กล มสาระการเร ยนร... หน วย/เร อง... ว นท ประเม น... โรงเร ยน... อาเภอ...จ งหว ด... คาช แจง ประเม นตามสภาพจร งตามรายการและให ระด บค ณภาพตามคาอธ

More information

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง

ตามค าร บรอง ระด บความส าเร จของการ พ ฒนาด านการท องเท ยว ของจ งหว ดพ ทล ง แผนการจ ดการของ แบบฟอร มท ๑ การจ าแนกองค ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของ ช อ : ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค ต วช ว ด (KPI) เป าหมายของ ประเด นย ทธศาสตร การ พ ฒนาการท องเท ยวเช งอน ร กษ (Opjective)

More information

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท

๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง ตาแหน งประเภท ท วไป สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ๔-๗-๑๒ มาตรฐานกาหนดตาแหน ง สายงาน เจ าหน าท บร หารงานอาคารสถานท ล กษณะงานโดยท วไป สายงานน คล มถ งตาแหน งต างๆ ท ปฏ บ ต งานกาก บ แนะนา ตรวจสอบการปฏ บ ต งาน บร หารงานอาคารสถานท ซ งม ล กษณะงานท ปฏ บ ต เก

More information

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author

หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author หล กการและเหต ผล หล กส ตร การสร าง E-book ด วยโปรแกรม DeskTop Author ตามนโยบายของส าน กงานคณะกรรมการการศ กษาข นพ นฐานและส าน กงานเขตพ นท การศ กษา ขอนแก น เขต 2 ท ต องการพ ฒนาบ คลากรให ม ความร ด าน ICT

More information

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2

ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร อง 1 ห วเร อง2 การใช Word ส าหร บท าว ทยาพนธ หร อ รายงานต างๆ ส วนแรกมาท าความร จ กก บ ล าด บเลข และ ห วเร อง ก อน ท ง 2 ส วนน จะสามารถท าไปใช ในการ สร าง สารบ ญ แบบอ ตโนม ต ได ล าด บเลข ระด บ 1 ล าด บเลข ระด บ 2 ห วเร

More information

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ

หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด จเจ าพระยา หล กเกณฑ การให บร การทางว ชาการ ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ มหาว ทยาล ยราชภ ฏบ านสมเด

More information

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย )

1. ต าแหน งท ร บสม ครสอบค ดเล อก - น กบร หารงานท วไป ระด บ 6 จ านวน 1 อ ตรา (ห วหน าส าน กงานปล ดองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย ) 1 ประกาศองค การบร หารส วนต าบลธารน าท พย เร อง ร บสม ครสอบค ดเล อกพน กงานส วนต าบล เพ อเปล ยนสายงาน ในสายงานผ ปฏ บ ต เป นสายงานผ บร หารในต าแหน งน กบร หารงานท วไป ระด บ 6... ด วยองค การบร หารส วนต าบลธารน

More information

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล

ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล ก จกรรมท 2.1 ทบทวนการใช งานโปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 และการเร ยกใช งานโปรแกรมเอ กเซล 1. จงบอกถ งว ธ การเข าส โปรแกรมระบบปฏ บ ต การ Windows 95 2. Icon (ส ญร ป) ค ออะไรม หน าท ในการท างานอย างไร 3.

More information

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท

ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการ/ปฏ บ ต งาน ตอนท ค าอธ บายแบบประเม นผลการปฏ บ ต ราชการปฏ บ ต งาน ตอนท 1 ข อม ลของผ ร บการประเม น (เจ าหน าท บ คคลหร อเจ าหน าท ท เก ยวข องเป นผ กรอก) ตอนท 2 ภาระงานท ได ปฏ บ ต ในช วงระยะเวลาประเม น (ผ ร บการประเม นเป นผ

More information

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4

ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4 ปฏ บ ต การคร งท 6 การใช โปรแกรมส าน กงาน คร งท 4 ว ตถ ประสงค 1. ร จ กว ธ การในการสร างจดหมายเว ยน ในช ดโปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ศ 2003 ซ ง การท าจดหมายเว ยนน จะม เน อหาเด ยวก นแต ส งไปถ งผ ร บหลายคน โดยม

More information

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง

ค ม อการใช งานโปรแกรมระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง ค ม อการใช งานโปรแกรม ระบบจ ดการคล งข อสอบส วนกลาง (เอกสารประกอบการประช มปฏ บ ต การช แจงและซ กซ อมความเข าใจการสร างข อสอบ Online) สาน กงานเขตพ นท การศ กษาม ธยมศ กษา เขต 5 :ส งห บ ร :ลพบ ร :ช ยนาท:อ างทอง:

More information

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น

ช อโครงการ : เร อง หล กส ตรการใช โปรแกรมไมโครซอฟต ออฟฟ ต 2007 (ล ขส ทธ ) ระด บเบ องต น 1 สร ปรายงาน โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การการเผยแพร สารสนเทศ เร อง ว นท 23 ม นาคม 2554 ส าน กว ทยบร การและเทคโนโลย สารสนเทศ ช อโครงการ : เร อง หล กการและเหต ผล ป จจ บ นคอมพ วเตอร ได เข ามาม ส วนส าค ญมากต

More information

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม

๒) การบ นท กเอกสาร. ๑๘) การใช ค ย ล ด Ctrl + V, Ctrl + C, Ctrl + X ๒๐) ส งพ มพ เอกสารออกทางเคร องพ มพ ๑) การเป ดใช โปรแกรม ใบงานท ๔.๑ (ทดสอบปฏ บ ต ) เร องการใช เคร องม อโปรแกรม Microsoft Office Word 2007 ว ชา ง ๒๐๒๐๑ การใช โปรแกรมเพ อการปฏ บ ต งาน รายว ชาเพ มเต ม หน วยการเร ยนร ท ๔ ช อหน วย ซอฟต แวร งานพ มพ เอกสาร ช นม ธยมศ

More information

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า

แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า แบบประเม นประส ทธ ภาพและประส ทธ ผลการปฏ บ ต งานของล กจ างประจ า คร งท 1 ( 1 ต.ค..- 31 ม.ค.. ) คร งท 2 (1 เม.ย..- 30 ก.ย.....) ช อผ ร บการประเม น..... ต าแหน ง หมวด.... ค าจ าง....ส งก ด. หน าท ความร บผ

More information

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM

การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM Chapter 8 การจ ดก จกรรมต างๆ โดยใช ACTIVITY DIAGRAM 1 เน อหา ล กษณะของ Activity Diagram ร ปแบบการใช Activity Diagram การระบ ส วนของข อม ลให แก ก จกรรม การจ ดระเบ ยบข อม ล การสร างท พ ก/เก บข อม ล การแบ

More information

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร

แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร แบบฟอร มท 6 แบบฟอร มแผนปร บปร งองค กร รายงานแผนปร บปร งองค กร จ งหว ดระยอง แบบฟอร มท 7 แบบฟอร มแสดงหล กฐานส าค ญประกอบการด าเน นการในแต ละหมวด หมวด หล กฐานส าค ญ ม ไม ม หมายเหต 1 การน าองค กร 1.ว ส ยท

More information

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด

รห สต วช ว ด รวม 7 ต วช ว ด 130 ง31101 การงานอาช พและเทคโนโลย 1 กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 4 ภาคเร ยนท 1 เวลา 20 ช วโมง จานวน 0.5 หน วยก ต ศ กษา ว เคราะห อธ บาย ว ธ การทางานและท กษะกระบวนการทางานเพ

More information

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล

ตอนท 3 การนาเข าข อม ล Page 27 ตอนท 3 การนาเข าข อม ล 3.1 การเร ยกเมน สาหร บกรอกรายงาน การกรอกรายงาน จาเป นต อง Login เข าส ระบบก อน เพ อเป นการตรวจสอบส ทธ การใช งาน (ด ห วข อการ Log in เข าส ระบบ) โดยการกรอกรายงานสามารถดาเน

More information

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ

ป จจ ยส วนบ คคล จานวน ( N = 146 ) ร อยละ ผลการว เคราะห ข อม ล ผลการว เคราะห ข อม ลแบบสารวจความร เจตคต ต องานประก นค ณภาพการศ กษาของกาล งพล รร.ร.ศร โดยการจ ดทาแบบสารวจ On line ม ผ ตอบแบบสารวจจานวน 146 นาย จากจานวนท งหมด 583 นาย ค ดเป นร อยละ 25.04

More information

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0

ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 ค ม อการใช งานระบบ สาน กบร หารการม ธยมศ กษาตอนปลาย 2556 WEB SITE MANAGEMENT SYSTEM SOFTWARE. VERSION 1.0 1 สารบ ญ เน อหา หน า ข นตอนการเข าใช งานระบบ... 2 ข นตอนการเปล ยนรห สผ านผ ใช งาน... 4 ข นตอนการใช

More information

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได

ผลการเร ยนร ข อท 6 พ ฒนาโครงงานคอมพ วเตอร โดยการเข ยนโปรแกรมภาษา Basic ได แบบบ นท กหน วยการเร ยนร หน วยการเร ยนร ท 5 เร องโครงคอมพ วเตอร รห สว ชา ง32212 ช อว ชาการเข ยนโปรแกรมข นส ง กล มสาระการเร ยนร การอาช พและเทคโนโลย ช นม ธยมศ กษาป ท 5 ภาคเร ยนท 2 เวลา 8 ช วโมง ผ สอน นายณ

More information

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน

ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน ค ม อการต ดต งโปรแกรม ระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต แบบ Offline (NRPM Offline) ส าหร บเจ าหน าท หน วยงาน - 74 - ค ม อต ดต งโปรแกรมระบบบร หารงานว จ ยแห งชาต (NRPM Offline) การต ดต งโปรแกรม NRMP Offline 1. ต

More information

สารบ ญตาราง ตารางท หน า

สารบ ญตาราง ตารางท หน า สารบ ญ บทท หน า บทสร ปผ บร หาร I 1 บทนา 1 หล กการและเหต ผล 1 ว ตถ ประสงค และเป าหมาย 2 ขอบเขตของการว จ ย 2 ประโยชน ท ได ร บจากการว จ ย 4 น ยามศ พท เฉพาะ 4 กรอบแนวค ดของการว จ ย 7 2 แนวค ด ทฤษฎ และงานว

More information

การว เคราะห ความแปรปรวน

การว เคราะห ความแปรปรวน การว เคราะห ความแปรปรวน อาจารย ผ องอาไพ เสนแสง อาจารย ผ สอน เบอร โทร : 084-809-0022 E-mail : [email protected] การว เคราะห ความแปรปรวน Analysis of Variance หร อ ANOVA การว เคราะห ความแปรปรวน ค อ เทคน

More information

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6

E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 E Office ส าน กงานเขตพ นท การศ กษานครราชส มา เขต 6 ความเป นมา ส าน กงานอ ตโนม ต เก ดจากความพยายามขององค กร ท จะท าให งาน ขององค กรถ กต อง รวดเร ว ตรวจสอบได และเจ าหน าท ขององค กร ไม ม ข อจ าก ดด านสถานท

More information

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง...

ปก.8/1 ข อม ลพ นฐานของผ ประเม น ผ ประเม น ผ บร หารสถานศ กษา คร คณะกรรมการสถานศ กษา น กเร ยน ผ ปกครอง ผ ท เก ยวข อง... ปก.8/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 8 ผ บร หารปฏ บ ต งานตามบทบาทหน าท อย างม ประส ทธ ภาพและเก ดประส ทธ ผล ***************************************

More information

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา

ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ความส าค ญของการประเม นค ณภาพ สถานศ กษาโดยต นส งก ด ผ องพรรณ จร สจ นดาร ตน ศ กษาน เทศก เช ยวชาญ หน วยศ กษาน เทศก ส าน กงานคณะกรรมการการอาช วศ กษา ระบบการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา กฎกระทรวงศ กษาธ การ การพ

More information

การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล

การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล ว ทยาล ยการสาธารณส ขส ร นธร จ งหว ดพ ษณ โลก การพ ฒนาโปรแกรมฐานข อม ล ส าหร บแฟ มข อม ลในคอมพ วเตอร ส วนบ คคล THE DEVELOPMENT OF DATABASE PROGRAM FOR FILES OF PERSONAL COMPUTER éóâö ë½ë ÂÛËÎâÖ ÁÐ ã» ß ÃÛÂé

More information

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น

แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น แบบบรรยายล กษณะงาน (Job Description) กรมพ ฒนาท ด น ส วนท ๑ ข อม ลท วไป ช อต าแหน งในการบร หารงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อต าแหน งในสายงาน เจ าพน กงานธ รการ ช อหน วยงาน (ส าน ก/กอง) กองคล ง ช อส วนงาน/กล มงาน/ฝ

More information

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน

แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน แผนภาพแสดงข นตอนการปฏ บ ต งาน การรายงานผลการตรวจสอบและ ป ดงานตรวจสอบ การรายงานผลการตรวจสอบและป ดงานตรวจสอบ โครงสร างของรายงานผลการตรวจสอบ 1. บทสร ปส าหร บผ บร หาร (Executive Summary) 2. ตารางสร ปประเด

More information

การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา

การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา การจ ดท ารายงานว จ ยส วนเน อหา รายงานว จ ยส วนเน อหา ส วนเน อหา ประกอบด วย 5 บท ค อ บทท 1 บทน า บทท 2 เอกสารและงานว จ ยท เก ยวข อง บทท 3 ว ธ ด าเน นการว จ ย บทท 4 ผลการว เคราะห ข อม ล บทท 5 สร ป อภ ปรายผลและข

More information

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม

ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม ค ม อระบบรายงานการดาเน นงานรายเด อน (version 2.0) 1 ค ม อระบบรายงานผลการดาเน นงานรายเด อน ความร เบ องต นในการใช โปรแกรม 1. เป นป มท ใช เพ อล างค าของข อม ลท ใช ในการกาหนดเง อนไขในการค นหาของแต ละเมน 2.

More information

การใช โปรแกรมสำเร จร ป Excel ในการทดสอบแบบเอฟ และ ท

การใช โปรแกรมสำเร จร ป Excel ในการทดสอบแบบเอฟ และ ท การใช โปรแกรมสำเร จร ป Excel ในการทดสอบแบบเอฟ และ ท จ นทร ตน วรสรรพว ทย 1. การทดสอบแบบเอฟ (F-Test) การทดสอบแบบเอฟ (F-Test) เป นการทดสอบเปร ยบเท ยบความแปรปรวนของข อม ล 2 ช ด ท ได จากสภาวะการ ทดสอบท ต างก

More information

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ

รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ต วอย าง รายงานผลการด าเน นงานของเจ าหน าท ความปลอดภ ยในการท างานระด บว ชาช พ ตามประกาศกระทรวงแรงงานและสว สด การส งคม เร อง ความปลอดภ ยในการท างานของล กจ าง แบบ จป. (ว) เข ยนท ว นท เด อน พ.ศ. 1. ข าพเจ

More information

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น

หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น หล กส ตร การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น (สมรรถนะท 2 การบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น) (เวลา 55 ช วโมง) แนวค ด เป นหล กส ตรท จ ดข นเพ อให ความร ในการบ าร งร กษาคอมพ วเตอร เบ องต น เม อเก ดป ญหาเพ ยงเล

More information

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา

คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา 3. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา คาอธ บายรายว ชา จ ดประสงค รายว ชา 1. ม ความเข าใจโปรแกรมประมวลผลคา 2. ม ท กษะในการใช โปรแกรมประมวลผลคา. เห นถ งความสาค ญของโปรแกรมประมวลผลคา มาตรฐานรายว ชา 1. อธ บายความหมาย หน าท และส วนประกอบของโปรแกรมประมวลผลคา

More information

การว เคราะห ข อม ล ด วยโปรแกรมสาเร จร ป SSRT / MCU

การว เคราะห ข อม ล ด วยโปรแกรมสาเร จร ป SSRT / MCU การว เคราะห ข อม ล ด วยโปรแกรมสาเร จร ป ประเภทของสถ ต 1. สถ ต พรรณนา (Descriptive Statistics) สถ ต ส ำหร บอธ บำยค ณล กษณะของส งท ต องกำรศ กษำ กล มใดกล มหน ง ไม สำมำรถอ ำงอ งไปย งกล มอ นๆ ได เช น ค ำเฉล

More information

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ)

แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) แผนการจ ดการเร ยนร และแผนการประเม นผลการเร ยนร (ฉบ บย อ) สาขาว ชา กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย จ านวน.0 หน วยก ต (40 คาบ) รายว ชา ง0 การเข ยนโปรแกรมเบ องต น เวลา คาบ/ส ปดาห ระด บช น ม ธยมศ

More information

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร

แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร แผนการจ ดการเร ยนร ท 2 ว ชาคอมพ วเตอร กล มสาระการเร ยนร การงานอาช พและเทคโนโลย หน วยการเร ยนร ท 2 ข อม ลและสารสนเทศ ช นม ธยมศ กษาป ท 1 ห วข อเร อง การ เวลา 1 ช วโมง ว นท ใช แผน 12 พฤศจ กายน 2557 ผ ใช แผน

More information

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ

สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ การพ ฒนาสถานศ กษาพอเพ ยง ส มาตรฐาน สถานศ กษาพอเพ ยงต นแบบ และ ศ นย การเร ยนร ตามหล กปร ชญา ของเศรษฐก จพอเพ ยง ด านการศ กษา กระทรวงศ กษาธ การได กาหนด นโยบาย ภายในป ๒๕๕๔ ให สถาน ศ กษาในส งก ดท กแห ง จ ดการเร

More information

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development

การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development พ มพ คร งท 2 พฤศจ กายน 2552 การพ ฒนาหล กส ตร รายว ชา Course Development เร ยบเร ยงโดย ผศ.ดร.ส ราษฎร พรมจ นทร ภาคว ชาคร ศาสตร เคร องกล คณะคร ศาสตร อ ตสาหกรรม มหาว ทยาล ยเทคโนโลย พระจอมเกล าพระนครเหน อ พ

More information

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document)

การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) โครงการอบรมเช งปฏ บ ต การส าหร บพ ฒนาบ คลากรป 2552 1 การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) เน อหา : ส วนท 1 บทน า การพ ฒนาระบบเอกสารภายในส าน กงาน (E-Document) ส วนท 2 การใช งานโปรแกรม Adobe Acrobat

More information

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย

2. ค ณสมบ ต ของผ แข งข น เป นน กศ กษาท กาล งศ กษาอย ในระด บม ธยมศ กษาตอนต น โดยไม จาก ดอาย 1.ว ตถ ประสงค การแข งข นการใช โปรแกรมสาน กงาน ( MS-Office 2010 ) งานน ทรรศการเป ดบ านว ชาช พ คร งท 4 ป การศ กษา 2557 ว นท แข งข น 12 ก มภาพ นธ 2558 ณ ว ทยาล ยอาช วศ กษาออมส นอ ปถ มภ ระด บม ธยมศ กษาตอนต

More information

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง

การเช อมโยงภาพน ง ว ธ สร างการเช อมโยง 27 การเช อมโยงภาพน ง บางคร งเราไม ต องการเสนอภาพตามล าด บ แต ต องการน าเสนอในล กษณะสล บไปมา หร อ ต องการแสดงข อม ลบนอ นเทอร เน ต หร อ แม แต เร ยกใช งานโปรแกรมอ น ๆ เช น CAI หร อ โปรแกรมประย กต อ น ๆ ก

More information

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร

แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร 19 สนว. แผนการปร บปร งการประก นค ณภาพ ป การศ กษา 2554 ตามผลการประเม นในป 2553 (SAR11) ส าน ก มหาว ทยาล ยราชภ ฏธนบ ร องค ประกอบ จ ดแข ง แนวทางเสร มจ ดแข ง จ ดท ควรพ ฒนา ข อเสนอแนะในการปร บปร ง หล กฐาน/โครงการ

More information

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ

ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ ส งท ส งมาด วย 2 แนวทางการจ ดเก บข อม ลบ คลากรและผ ร บบร การหร อผ ม ส วนได ส วนเส ย เพ อประเม นตามแบบ Internal และ External ตามโครงการประเม นค ณธรรมและความโปร งใสการด าเน นงานของหน วยงานภาคร ฐ (Integrity

More information

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ

แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สายสน บสน น ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ แผนการจ ดการความร (KM) ประจาป การศ กษา 2556 สาย ประจาว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ มหาว ทยาล ยเทคโนโลย ราชมงคลตะว นออก ว ทยาเขตจ กรพงษภ วนารถ 0 RT-KM1 การจาแนกองค ความร จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร

More information

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557...

โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... วช.022_1 ไม เต มร ปแบบ โรงเร ยนอ สส มช ญแผนกประถม งานว จ ยในช นเร ยน ป การศ กษา...2557... ช องานว จ ย การพ ฒนาการจ ดการเร ยนร แบบร วมม อท ม ผลต อผลส มฤทธ ทางการเร ยนว ชาคอมพ วเตอร เร อง การค านวณและการใช

More information

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ

แนวทางส ำหร บผ ขอร บรองเป นผ ก อการด การด ำเน นงานป องก นการจมน ำ ค ำน ำ ค ำน ำ การจมน ำเป นสาเหต การเส ยช ว ตอ นด บหน งของเด กไทยกล มอาย ต ำกว า ๑๕ ป โดยเฉล ยป ละเก อบ ๑,๓๐๐ คน การเส ยช ว ตจากการตกน ำ จมน ำของเด กไทยม แนวโน มเพ มส งข นอย างต อเน องต งแต ป ๒๕๔๒-๒๕๔๘ และเร มม

More information

แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา สอนคร งท

แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา สอนคร งท แผนการจ ดการเร ยนร แบบบ รณาการท 1 หน วยท - รห สว ชา 2201-2404 การใช โปรแกรมตารางงาน สอนคร งท 1 (1-1) (Microsoft Office Excel 2003) 2(4) ช อหน วย/เร อง ปฐมน เทศ จ านวนช วโมง 1 ช.ม. สาระส าค ญ ในป จจ บ นคอมพ

More information

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม

ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ระบบและกลไกการทาน บ าร งศ ลปว ฒนธรรม ข นตอนการเสนอขออน ม ต โครงการ อาจารย ผ ร บผ ดชอบโครงการกรอกข อม ลโครงการทางเว บไซต หร อส งข อม ลโครงการให เจ าหน าท ประสานงานโครงการ เจ าหน าท ประสานงานโครงการตรวจสอบข

More information

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554

การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 การประเม นผลการปฏ บ ต ราชการตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการของจ งหว ด ประจ าป งบประมาณ พ.ศ. 2554 รายงานการประเม นตนเองตามค าร บรองการปฏ บ ต ราชการ (รายต วช ว ด) ( ) รอบ 6 เด อน ( / ) รอบ 9 เด อน ( ) รอบ 12

More information

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก

ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก ข นตอนในการจ ดท าระบบ HACCP ข นตอนท 12 การจ ดท าเอกสารและจ ดเก บบ นท ก โดย น ศานาถ ต ณฑ ยย น กว ชาการผล ตภ ณฑ อาหารช านาญการ กองตรวจสอบร บรองมาตรฐานค ณภาพส ตว น าและผล ตภ ณฑ ส ตว น า กรมประมง 1 1 ข นตอนในการจ

More information

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท

แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท ปก.12/1 แบบประเม นค ณภาพตามมาตรฐานการศ กษาข นพ นฐาน เพ อการประก นค ณภาพภายในสถานศ กษา มาตรฐานท 12 สถานศ กษาม การประก นค ณภาพภายในของสถานศ กษา ตามท กาหนดในกฎกระทรวง ***************************************

More information

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช

แผนการจ ดการความร ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช แผนการจ ดการ ประจาป งบประมาณ 2556 (1 ต ลาคม 2555 30 ก นยายน 2556) สาขาว ชาศ กษาศาสตร มหาว ทยาล ยส โขท ยธรรมาธ ราช A1 เป าหมาย เป าหมาย ต วช ว ด เกณฑ ป 2556 จานวนประด นท สาขาว ชาศ กษาศาสตร กาหนด ครอบคล

More information

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท.

แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 ส าน กส งเสร มว ชาการและงานทะเบ ยน องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. แผนการจ ดการความร ประจ าป การศ กษา 2557 องค ความร หล กการให บร การท ด ของบ คลากร สวท. RT-KM1 การจ าแนกองค ความร ท จ าเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของส วนราชการ ช อหน วยงาน ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค

More information

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง )

การว เคราะห หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) หล กส ตรสมรรถนะรายว ชา (ปร บปร ง ) ว ชา พ มพ ด ดไทยด วยคอมพ วเตอร รห สว ชา 0- ระด บ ปวช. ปวส. สาขางาน คอมพ วเตอร ธ รก จ ป การศ กษา / 6 ผ สอน นางจ ราย บ ญมาปล ก ล กษณะว ชา ทฤษฎ +ปฏ บ ต มาตรฐานรายว ชา. บอกส

More information

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร

คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร คำช แจง เคร องม อว ดและประเม นควำมสำมำรถและท กษะ ตำมจ ดเน นกำรพ ฒนำค ณภำพผ เร ยน กำรใช เทคโนโลย เพ อกำรเร ยนร ช นม ธยมศ กษำป ท ๑ สำน กว ชำกำรและมำตรฐำนกำรศ กษำ สำน กงำนคณะกรรมกำรกำรศ กษำข นพ นฐำน กระทรวงศ

More information

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป

เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป เอกสาร ค ม อการใช งาน โปรแกรม e-office ส าหร บผ ใช งานท วไป 1 สารบ ญ 1.จ ดการเอกสาร... 3 1.1 ส งเอกสาร.3 1.2 เอกสารร บเข า..10 1.3 เอกสารส งออก...17 2. บ นท กเอกสาร...22 2.1 บ นท กเอกสารเข า...22 2.2 บ

More information

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม

แนวทางการดาเน นงาน/ ต วอย างโครงการสาค ญ โครงการท ได การประช ม เพ มเต ม (ร าง) เอกสารประกอบการจ ดทากลย ทธ ต วช ว ด และโครงการตามว ส ยท ศน พ นธก จ และย ทธศาสตร ------------------------------------------- ว ส ยท ศน เป นองค กรหล กท อน ร กษ ส บสานและสร างสรรค โดยการม ส วนร วมของท

More information

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research

แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) คาอธ บายรายว ชา ว ตถ ประสงค ท วไป เน อหา. Operation Research แผนบร หารการสอนประจาว ชา รห สว ชา 7134901 รายว ชา การว จ ยดาเน นงาน 3(2-2-5) Operation Research คาอธ บายรายว ชา หล กการเบ องต นเก ยวก บโครงสร างและแบบจ าลองทางคณ ตศาสตร ทฤษฎ การต ดส นใจ การ เล ยนแบบทางสถ

More information

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน

บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน สาระการเร ยนร : ประโยชน แท แก มหาชน 1 บทปฏ บ ต การ : ประโยชน แท แก มหาชน หล กการ ร ศ กยภาพ ร จ นตนาการ ร ประโยชน สาระการเร ยนร เร ยนร การว เคราะห ศ กยภาพของป จจ ยศ กษา จ นตนาการเห นค ณ สรรค สร างว ธ การ

More information

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง

เป าหมายของต วช ว ด องค ความร ท จาเป นต อการปฏ บ ต ราชการตาม ประเด นย ทธศาสตร การบร หารจ ดการองค กรอย างม ประส ทธ ภาพ ต วช ว ด(KPI) ตามคาร บรอง แบบฟอร มท 1 การจาแนกองค ความร ท จาเป นต อการผล กด นตามประเด นย ทธศาสตร ของสถาบ นอ ดมศ กษา ช อสถาบ นอ ดมศ กษา : ศ นย บร การว ชาการ มหาว ทยาล ยขอนแก น หน าท 1/3 ประเด นย ทธศาสตร เป าประสงค (Objective) ต

More information

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร.

วช.กวก.ศร. ภารก จของ รร.ร.ศร. 5 นโยบายด านการศ กษาของ ทบ. ป 2555-2559 นโยบายเฉพาะก ำหนดให รร.เหล า/สายว ทยาการของ ทบ.ท กแห งให พ จารณาเป ดการสอน หล กส ตรต าง ๆ ตามล ำด บด งน หล กส ตรการผล ตก ำล งพล หล กส ตรตามแนวทางร บราชการส ำหร บก

More information

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ

บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ 1 บร การส บค นข อม ลหน งส อราชการ บร กำรส บค นข อม ลหน งส อรำชกำร ม 6 เมน ย อย ค อ 1. สอบถำมหน งส อ 2. สอบถำมข อม ลหน งส อส งภำยนอก 3. รำยงำนสม ดทะเบ ยน 4. รำยงำนสถ ต กำรด ำเน นงำนของเจ ำหน ำท ปฏ บ ต งำน

More information

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ

ก จกรรมการจ ดการ ความร ระยะ เวลา ผ ร บผ ด ชอบ แผนจ ด แผนท...1... แบบฟอร มท 2 แผนจ ด (KM Action Plan) ช อหน วยงาน : โรงนครพนมราชนคร นทร หน าท : 1/ 5 ประเด นย ทธศาสตร : ย ทธศาสตร ท 3 ว จ ยและพ ฒนาเทคโนโลย ด แลผ ป วยจ ตเภท องค ท จ าเป น (K) : พ ฒนาระบบด

More information

มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ม ข!นตอนการใช

มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ม ข!นตอนการใช 1 ค ม อการใช งานระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน (AQS) มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน งานด งต อไปน! ระบบการประเม นค ณภาพการบร หารงาน มหาว ทยาล ยราชภ ฏส ราษฎร ธาน ม ข!นตอนการใช 1. ท านสามารถเข าส ระบบการประเม

More information

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก

โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก โครงการสอน ภาคเร ยนท 1 ป การศ กษา 2557 อาจารย ผ สอน ว าท ร.ต.หญ งวรรณธ ดา วรส ทธ พงษ ว ทยาล ยอาช วศ กษาพ ษณ โลก... 1. หล กส ตร ประกาศน ยบ ตรว ชาช พช นส ง (ปวส.) พ ทธศ กราช 2545 ( ปร บปร ง 2546 ) 2. ช อรายว

More information

การปฏ บ ต งานด านการทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฏศร สะเกษ

การปฏ บ ต งานด านการทาน บาร งศ ลปว ฒนธรรม มหาว ทยาล ยราชภ ฏศร สะเกษ ค ม อ การปฏ บ ต งานด านการทาน บาร ง จ ดทาโดย คณะกรรมการจ ดทาแผนกลย ทธและแผนปฏ บ ต การ ด านทาน บาร ง ส วนท 3 ระบบและกลไกการทาน บาร ง ผ ร บผ ดชอบ ข นตอน หล กฐาน / เอกสาร เร มต น กาหนดผ ร บผ ดชอบด านการทาน

More information

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน

BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน BMS INVENTORY ข อม ลพ นฐาน ว ตถ ประสงค เพ อพ ฒนาศ กยภาพบ คลากรผ เก ยวข องให ม ความร ความเข าใจ ความส าค ญในการก าหนดข อม ลพ นฐาน (Master File) และข อม ล พ นฐานท พ ฒนาข นมาใหม ในโปรแกรม BMS INVENTORY เพ

More information